แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประโยชน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประโยชน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ประโยชน์จากเนื้อไก่ที่คุณอาจยังไม่รู้ !

ผมเห็นว่ามีหลายคนชอบกินเนื้อไก่เป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งเนื้อไก่ให้สารอาหารต่างๆมากมายไม่แพ้กัน ก็มีการวิจัยเป็นจำนวนมากว่าเนื้อไก่เป็นอาหารอย่างหนึ่งที่พวกเราขาดไม่ได้ แต่ยังไงซะลองมาดูคุณประโยชน์ 10 อันดับดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง ลองรับชมกันดูครับ


1.ต้านทางโรคซึมเศร้าได้

เนื้อไก่จะมีสารอย่างหนึ่งที่เรียกว่าทริปโตเฟน ที่เป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ ที่สามารถต้านทางอาการซึมเศร้าได้ ไม่แปลกที่หลายคนกินเนื้อไก่มากๆแล้วจะมีอารมณ์ที่แปรปรวนไปมาก เพราะว่ามีสารเซโรโทนินที่ช่วยในการนอนหลับได้

2.ลดน้ำหนักได้

เนื้อไก่ถือเป็นแหล่งรวมโปรตีนมากมายและช่วยให้เราลดน้ำหนักตัวเองได้ ฟังแล้วก็อาจจะดูแปลกๆอยู่บ้าง แต่จริงๆแล้วเนื้อไก่มีส่วนสำคัญในการช่วยลดน้ำหนักทางหน้าท้องด้วย

3.ป้องกันอาการเหนื่อยล้า

เนื้อไก่โดยเฉพาะตับไก่ถือเป็นแหล่งรวมวิตามินบี 12 ที่ช่วยบำรุงการทำงานเซลล์เม็ดเล็ดและช่วยให้เรามีความสดชื่นมากขึ้นกว่าเดิม

4.เสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ

แน่นอนว่าเนื้อไก่เป็นแหล่งของโปรตีน ที่จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและก็ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอกไป ทั้งยังบำรุงผิว เส้นผม เล็บและกระดูกได้เป็นอย่างดี

5.เสริมสร้างภูมิต้านทานโรค

เนื้อไก่จะช่วยบำรุงร่างกายให้กับเราได้หลายอย่าง ซึ่งเนื้อไก่เองก็ถือเป็นแหล่งรวมเหล็ก ที่จะช่วยต้านทานภูมิคุ้มกันในร่างกายให้กับเราได้ ทั้งมะเร็งก็ดี หรือโรคร้ายต่างๆก็ดี

6.บำรุงสายตา

เนื้อไก่ถือเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินเอ ที่ช่วยบำรุงเรื่องสายตาของเราให้ดียิ่งขึ้น แน่นอนว่าการกินเนื้อก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการบำรุงสายตาตัวเอง

7.บำรุงสุขภาพ

โดยเฉพาะตับไก่ที่จะมีสารอาหารวิตามินบี 12 ที่จะช่วยบำรุงสุขภาพได้ดี ทั้งยังเสริมสร้างและซ่อมแซมผิวพรรณของเราให้กับมาแข็งแรงขึ้นอีกครั้ง และยังต้านทานอาการเจ็บแสบปวดร้อนภายในปาก ลิ้นให้กับเราได้ เพราะว่ามันก็มีวิตามินบี 2 ที่ช่วยเรื่องนี้ได้อยู่เหมือนกัน

8.รักษาต่อมไทรอยด์

การกินเนื้อไก่จะช่วยบำรุงต่อมไทรอยด์กับเราได้เป็นอย่างดี ที่มีสารซีลีเนียมที่เป็นแหล่งรวมไอโอดีนที่จะช่วยบำรุงต่อมไทรอยด์ได้เป็นอย่างดี

9.ช่วยบำรุงลูกในครรภ์

โดยเฉพาะตับไก่ที่จะมีสารโฟเลตที่ช่วยบำรุงลูกในครรภ์ได้เป็นอย่างดี คนที่ตั้งครรภ์จะต้องบริโภคตับไก่ให้มากๆเพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโตให้กับลูกตัวเอง และยังช่วยลดความเครียดระหว่างที่ตั้งครรภ์ได้ด้วย

10.ช่วยเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้

เนื้อไก่จะมีสารอาหารประเภทวิตามินบี 3 ไนอาซินจะช่วยเสริมสร้างระบบการเรียนรู้ให้กับเรา การกินเนื้อไก่จะช่วยบำรุงในเรื่องของดีเอ็นเอหรือยีนทางพันธุกรรมในร่างกายของเรา ทำให้เราสามารถตอบสนองการเรียนรู้ในแต่ละช่วงอายุได้ดียิ่งขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ รู้อย่างนี้คนที่ชอบกินเนื้อไก่ก็คงชอบมากกว่าเดิมนะครับ แต่หากใครสนใจก็ลองหันมาทานเนื้อไก่กันมากขึ้นนะครับ แล้วกลับมาพบกันใหม่นะครับกับ  B-Healthy สุขภายง่ายๆเริ่มต้นที่ตัวเรา สวัสดีครับ

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

หลักการง่าย ๆ ในการรับประทานอาหาร ให้ถูกต้องและได้ประโยชน์


   เนื่องจากในปัจจุบันทางการแพทย์เรามีความเชื่อกันว่า อาหาร เปรียบเสมือนยาที่ช่วยบำรุงส่งเสริมสุขภาพของเรา ถ้าเรารับประทานอาหารอย่างถูกต้องสุขภาพของเราก็จะดี ในทางตรงกันข้ามถ้ารับประทานอาหารไม่ถูกต้อง สุขภาพก็จะพลอยแย่ไปด้วย

วันนี้เรามีหลักการง่าย ๆ ... ในการรับประทานอาหาร  ให้ถูกต้องและได้ประโยชน์ ดังนี้ ไปดูกันเลยครับ เริ่มต้นด้วย


 1. ไม่หิว อย่ากินครับ 

มีหลายคนรับประทานอาหารเพราะความอยาก การทำอย่างนี้จะทำให้เราได้สารอาหารเกินความจำเป็น ทำให้เกิดโรคอ้วน ตามมาด้วยภาวะอื่นๆ ดังนั้น ก่อนจะรับประทานอะไร เราต้องถามตัวเองเสมอว่า "เราหิวหรือไม่"


 2. เวลากิน กินอย่างมีสติ

ต้องเคี้ยวช้า ๆ เพื่อให้อาหารค่อยๆ ถูกย่อยโดยน้ำลายตั้งแต่อยู่ในปาก ทำให้เราได้สัมผัสสุนทรีย์แห่งรสชาติของอาหาร การเคี้ยวละเอียด ๆ ทำให้เรารู้สึกได้ถึงความอิ่มโดยที่เรายังรับประทานอาหารในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป ก็จะทำให้ไม่เกิดปัญหาของการได้รับสารอาหารเกินความจำเป็นอีกด้วย

 

3. ของหวาน ยิ่งกิน ยิ่งหิว (ใช่เลย)

พวกขนมหวาน พอเรารับประทานเข้าไปปุ๊บก็จะถูกดูดซึมปั๊บ ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดสูงขึ้นอย่างทันที ตับอ่อนของเราก็มีความจำเป็นที่จะต้องปล่อยอินซูลีน(Insulin) ออกมาจำนวนมากอย่างรวดเร็ว เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด การที่อินซูลีนถูกปล่อยออกมาจำนวนมากอย่างรวดเร็วทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดลดลงต่ำ พอน้ำตาลในกระแสเลือดลดลงต่ำก็จะทำให้เรา "หิว" ดังนั้นเราจึงจะพบว่าคนที่ชอบรับประทานของหวานมักจะอ้วนเสมอ

 

4. อาหารใกล้ธรรมชาติที่สุด จะดีที่สุด

อาหารที่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรม นอกจากอาจจะมีสารเคมีอย่างอื่นตกค้างอยู่แล้ว ตัวอาหารนั้นเองยังอาจจะเป็นอันตรายแก่ร่างกายเราได้ เช่น การรับประทานวิตามิน A เกินขนาดอาจเป็นพิษต่อตับได้ ตรงกันข้ามหากเรารับประทานมะละกอสุกสัก 1 ผล เราจะได้เบต้าแคโรทีนจำนวนมาก แต่ ร่างกายจะสร้างวิตามิน A จากเบต้าแคโรทีน เพียงเท่าที่่ร่างกายเราต้องการเท่านั้นไม่มีทางที่จะเกินขนาดได้เลย

 

5. คนเป็นสิ่งมีชีวิตที่กินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหาร

ถ้าเราเลือกรับประทานแต่ผัก ผลไม้ เป็นอาหาร โดยไม่รับประทานเนื้อสัตว์ เราอาจจะต้องรับประทานวิตามินหรือแร่ธาตุบางอย่างเป็นการเสริม แต่สำหรับคนที่รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ จะได้รับประโยชน์ทางอาหารมากกว่า


 6. ไข่แดง เป็นอาหารที่ดี

ไข่แดงมี เลซีติน(Lecithin) ซึ่งเป็นสารสำคัญต่อสมองคนเรา หลายคนบอกว่าหากไม่รับประทานไข่แดงติดต่อกันหลายวันจะมีความรู้สึกโง่ ๆ งง ๆ พอได้รับประทานไข่แดงอาการเหล่านั้นก็จะหมดไป คนที่สุขภาพแข็งแรงควรรับประทานไข่แดงอย่างน้อยวันละ 1 ฟอง

 

7. พริกทำให้อาหารไทยอร่อยทุกจาน

ในพริกจะมีสาร แคปไซซีน(Capsaicin) ซึ่งทำให้หลอดเลือดของเราขยายตัวขึ้น ทำให้เลือดลมเดินสะดวก เชื่อกันว่าหากรับประทานพริกจำนวนน้อยๆ ทุก ๆวัน จะช่วยทุเลาอาการปวดเข่า ปวดข้อ ลงได้ และอาจทำให้อาการเบาหวานดีขึ้นด้วย ในปัจจุบันเราพบว่าพริกนอกจากจะไม่กัดกระเพาะอาหารแล้ว มันยังช่วยกระตุ้นให้เกิดเยื่อเมือกบาง ๆ มาคอยเคลือบผิวเยื่อบุของกระเพาะอาหารอันเป็นการป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารอีกด้วย แต่ถ้าหากกำลังเป็นแผลในกระเพาะอาหาร ถ้ารับประทานพริกเข้าไปจะทำให้ระคายแผล ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้


 8. เหล้า เบียร์ ไวน์ มีประโยชน์

การดื่มแอลกอฮอล์ วันละ 1 หน่วย นอกจากจะไม่มีโทษแล้วยังมีประโยชน์อีกด้วย เพราะแอลกอฮอล์จำนวนน้อย ๆ จะทำให้หลอดเลือดมีการขยายตัวทั่วร่างกาย ทำให้การควบคุมความดันโลหิตได้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยให้เราหลับสบาย 

แอลกอฮอล์ 1 หน่วย มีจำนวนเท่ากับ ไวน์ประมาณ 100 ซีซี / เบียร์ประมาณ 200 ซีซี / วิสกี้ ประมาณ 30 ซีซี ต้องเน้นนะคะว่าวันละ 1 หน่วยเท่านั้น และถ้าจะให้ดีควรเป็นหลังรับประทานอาหารเย็น เราจะได้หลับสบาย หากดื่มแอลกอฮอล์มากกว่านี้จะไม่มีประโยชน์ นอกจากไม่มีประโยชน์แล้วยังทำให้เกิดโทษอีกมากมายตามมาอีกด้วย

Credit: smartsme


เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับหลักการง่ายๆในการรับประทานอาหาร ให้ถูกต้องและได้ประโยชน์หวังว่าทุกท่านจะได้ประโยชน์นะครับผม แล้วกลับมาพบกันใหม่ที่นี่  B-Healthy สุขภายง่ายๆเริ่มต้นที่ตัวเรา สวัสดีครับ

วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557

คุณประโยชน์ของน้ำลูกยอ ที่คุณยังไม่รู้



วันนี้มาพบกับประโยชน์ ดีๆจากลูกยอ มารับชมกันเลยครับ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร น้ำลูกยอผสมน้ำผึ้ง
ส่วนประกอบสำคัญ : ใน 1 ช้อนโต๊ะ (15 มิลลิลิตร) ประกอบด้วย น้ำสกัดจากผลและใบยอ 70% v/v มะขามเปียก 5% v/v น้ำผึ้ง 5% v/v เกลือแกง 0.5% w/w ใช้วัตถุกันเสีย
วิธีรับประทาน : รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ (15-30 มิลลิลิตร) ก่อนอาหาร 30 นาที เช้าและเย็น เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน


คุณประโยชน์ของน้ำลูกยอ
ลูกยอลูกยอ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Morinda Citrifolia Linn มีชื่อภาษาอังกฤษว่า NONI INDIAN MULBERRY เมื่อสุกเต็มที่จะมีเอนไซม์ ที่เป็นประโยชน์อย่างมากมาย ยอ เป็นพืชที่พบขึ้นอยู่หลายประเทศทั่วโลก เช่น ไทย จีน อินเดีย หมู่เกาะแปซิฟิคทางตอนใต้ ตาฮิติ ฮาวาย มาเลเซีย ฯลฯ ในประเทศไทย มีการนำส่วนต่าง ๆ ของยอมาใช้ประโยชน์ อาทิ เช่น รากยอนำมาใช้เป็นสีย้อมผ้าไหม และไหมพรม ใบยอนำมาปรุงอาหาร ผลยอสุกใช้รับประทานได้ และมีการใช้ผสมในตำรับยาโบราณมานานหลายร้อยปี คุณสมบัติ ลูกยอ มีสารสำคัญมากมายถึงกว่า 140 ชนิด ทั้งจำพวกโปรตีน และกรดอะมิโนครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีสารอื่น ทั้งวิตามินและเกลือแร่ มากมาย แต่ที่สำคัญมี สาระสำคัญหน้าที่


คุณประโยชน์ ของ Proxeronineโปรเซโรนีน& EnZymeProxeroninaseเอนไซม์ โปรเซโรเนสXeronine
สารเซโรนีน
- ซ่อมแซมผนังเซลล์ของทุกอวัยวะทั่วร่างกาย- ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โดยการจับตัวกับกรดอะมิโนในการสร้าง โปรตีนและเสริมการ ทำงานของโปรตีนให้มีคุณภาพสูงสุด- ร่างกายแข็งแรง ประสิทธิ ภาพเต็ม 100%- เร่งการฟื้นตัวของเซลล์ที่เสียหายทั่วร่างกาย รวมทั้งตับอ่อน- ลดระดับน้ำตาลในเลือดของคนไข้เบาหวานเนื่องจากมีการซ่อม แซม ของตับอ่อน- เป็นสารตั้งต้นของ Hormone Melatonin ช่วยในการให้ การนอนหลับเป็นไปอย่างสมดุล- นอนหลับสบาย สะสมพลังงานได้เต็มที่ ตื่นนอนจะสดชื่น- ออกฤทธิ์จับกับตัวรับของสารเอ็นดอร์ฟีน (Endorphin Receptor)- กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว และการสร้าง ภูมิคุ้มกัน (Antibody)- เกิดความรู้สึกที่เป็นสุข และอารมณ์สดชื่น กระปรี้กระเป่า- เพิ่มภูมิต้านทานโรคให้ดี ขึ้นเพื่อต่อต้านเชื้อโรค, ต้านมะเร็ง Scopoletinสโคโปเลติน- ขยายหลอดเลือดโดยตรงและเสริมฤทธ์กับ สารเซโรโตนิน (Serotonin) ในร่างกายในการ ควบคุมการหดและขยายตัว ของ หลอด เลือดแดง – ลดความดันโลหิต- มีผลต่อสมอง และอารมณ์- จิตใจสงบ สดชื่น มีพลัง- ต่อต้านการอักเสบ, ต่อต้านสารภูมิแพ้ (Histamine)- ลดอาการปวด และการอักเสบที่เกิดขึ้นทั่วร่างกายเช่นปวดศรีษะ, ปวดเก๊าท์, เอ็นอักเสบ ฯลฯ ลดอาการของโรคภูมิแพ้- ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา- ป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา Anthraquinoneแอนทราควิโนน- ควบคุมและยับยั้งเชื้อโรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น STAPHYCOCCUS AUREUS, E. Coli, Salmonella- ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร Damnacathal แดมนาแคทอล- ยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปกติไม่ให้กลายเป็นเซลล์มะเร็ง- ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง- ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง- เพิ่มคุณภาพชีวิตและช่วยให้ผู้เป็น มะเร็งมีอายุยืนยาวขึ้น Terpenesเธอร์ปินส์- ช่วยให้เซลล์ขับถ่ายสารพิษต่าง ๆ ออกไปนอกร่างกาย ชะลอ ความเสื่อมของเซลล์ Phytonutrientsไฟโตนูเทเรียนส์ ได้แก่เบต้าแคโรทีน,ไบโอฟลาโวนอยด์,วิตามินซี, วิตามินอี, ซีลีเนียม- เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติมากมายหลายชนิด- ชะลอความเสื่อมของเซลล์, ชะลอความแก่ ป้องกันการตีบตันของ หลอดเลือดแดง, ลดการเกิดโรคหัวใจ, อัมพฤกษ์อัมพาต Dietary Fiberไดเอททารี ไฟเบอร์(ใยอาหาร)- ช่วยจับ โคเลสเตอรอล (Cholesteral), น้ำตาลในเลือด- ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล (Cholesteral) และระดับน้ำตาลใน เลือด Amino Acidsอะมิโน แอซิด- มีกรดอะมิโนถึง 17 ชนิด- สร้างโปรตีน, ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ


การค้นพบสารสำคัญในลูกยอ

ดร.ราฟ ไอเนกี (Dr. Ralph Heinicke) นักชีวเคมีชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียง ได้ทำการวิจัยและค้นพบ เอนไซม์ในสับปะรด ซึ่งเป็นอัลคาลอยด์ชนิดหนึ่งเขาตั้งชื่อไว้ว่า เซโรนีน (Xeronine) นับแต่ปี ค.ศ. 1950 และได้มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา จนพบว่ามีสารนี้ในลูกยอมากกว่าในสัปปะรดหลายสิบเท่า และได้มีการวิจัยอย่างต่อเนื่อง จนรู้ถึงคุณประโยชน์อันน่าอัศจรรย์ของน้ำลูกยอ และเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ ดังนี้

1. สร้างเสริมปฏิกิริยาชีวเคมีในเซลล์ให้ดีขึ้น ฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมโทรม ซ่อมแซมเซล์ที่ถูกทำลาย เพิ่มพลังในเซลล์ทำให้มีกำลังและขจัดสารพิษในเซลล์

2. ช่วยสังเคราะห์สารโปรตีนในร่างกาย ทำให้ระบบฮอร์โมนในร่างกายดีขึ้น และเป็นผลดีต่อต่อมต่าง ๆ ในร่างกายทำให้ทำงานดีขึ้น

3. มีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของร่างกาย และต่อต้านมะเร็ง

4. ลดระดับน้ำตาลในคนไข้เบาหวาน

5. ลดความดันโลหิตสูง

6. ต่อต้านเซลล์มะเร็ง และเสริมภูมิต้านทานโรคโดยการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวเพื่อต่อต้านเซลล์มะเร็งและเชื้อโรคต่าง ๆ

7. ลดและบรรเทาการอักเสบของเซลล์ ลดและบรรเทาโรคภูมิแพ้

8. มีวิตามิน แร่ธาตุ อะมิโนแอซิด ช่วยเสริมอาหารและเพิ่มพลังงานใน ร่างกาย

9. ระงับความเจ็บปวด และบรรเทาอาหารปวดซ้ำ

10. ช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็ว

11. ป้องกันและลดอาการของโรคภูมิแพ้

ลูกยอไทย จากการวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ลูกยอสามารถช่วยกระตุ้นภูมิต้านทาน และป้องกันมะเร็งได้ โดยในลูกยอจะมีสารกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคในร่างกาย และสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งไม่ให้ลูกลาม แต่ไม่ได้รักษามะเร็ง นอกจากนี้มีฤทธิ์แก้ปวดกระตุ้นเอนไซม์ในลำไส้เล็กให้ทำงานดีขึ้น

Credit สภากาชาดไทย

เป็นไงกันบ้างครับพบกับประโยชน์ดีๆ ที่เต็มเปี่ยมไปกับ ลูกยอ ประโยชน์มากมายเลยนะครับผม ลองหามาทานกันดู แล้วพบกันใหม่กับ B-Healthy สุขภายง่ายๆเริ่มต้นที่ตัวเรา สวัสดีครับ