วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

พบกับสุดยอดอาหารเคล็ดลับอ่อนเยาว์



หากพูดถึงอายุหลายๆคนก็บอกว่าอย่าพูดถึงมันเลยใครๆก็อยากให้อายุเป็นเพียงตัวเลขไม่อยากให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆโดยที่เราไม่มีผลกระทบแต่ความ จริงแล้ว เราก็สามารถดูแลตัวเองได้ด้วย อาหาร ซึ่งการกินนี้เป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผิวพรรณหน้าตาไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา อยากรู้แล้วละซี้ ว่ามีอะไรบ้างงั้นเราไปพบกับสุดยอดอาหารเคล็ดลับอ่อนเยาว์ กันเลยครับผม

          น้ำสะอาด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ร่างกาย เซลล์ผิวหนังต้องการความชุ่มชื้นเพื่อดำรงความแข็งแรงอ่อนเยาว์ให้ผิวหน้า หากอยากมีสุขภาพผิวดี ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายเสียเหงื่อมากอาจต้องการมากกว่านั้น

          ปลาแซลมอน อุดมไปด้วยโอเมกา 3 โอเมกา 6 ซึ่งเป็นผลดีสำหรับหัวใจ และยังช่วยรักษาโรคผิวหนัง ผิวแห้ง ช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์สดใส กรดไขมันและสารต้านอนุมูลอิสระในแซลมอนคือกุญแจสำคัญในการดูแลสุขภาพผิว

          จมูกข้าว อุดมไปด้วยวิตามิน บี วิตามิน อี ซีลีเนียม ซึ่งช่วยในการชะลอการเสื่อมของเซลล์ ต่อสู้กับริ้วรอยแห่งวัย นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง และเพิ่มประสิทธิภาพครีมบำรุงผิวให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น 

 

          ผักและผลไม้ อุดมไปด้วยวิตามิน เอ และซี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน ซี ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนช่วยให้ผิวตึงกระชับและมีเลือดฝาด โดยเฉพาะมันฝรั่งหวานและแครอตซึ่งอุดมไปด้วยเบตาแคโรทีนช่วยลดเลือนริ้วรอย แห่งวัย และต่อสู้กับอนุมูลอิสระตัวการก่อมะเร็ง

          บลูเบอร์รี อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและต้านมะเร็ง สารไฟโตเคมิคอลในบลูเบอร์รีเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บลูเบอร์รีมีความพิเศษ เนื่องจากสารนี้มีคุณสมบัติพิเศษในการลดผลกระทบจากบุหรี่ ควันพิษ และสารเคมีรอบด้าน ซึ่งเป็นการปกป้องผิวพรรณโดยธรรมชาติ

          แม้ว่าคุณจะดูแลผิวพรรณได้ดีอยู่แล้ว แต่อาหาร 5 ชนิดที่กล่าวมาจะยิ่งช่วยให้การดูแลผิวมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากอาหารทั้ง 5 ชนิด มีส่วนสำคัญในการช่วยให้ผิวหน้ามีสุขภาพดี แข็งแรง พอที่จะต่อสู้มลพิษที่เราต้องเผชิญทุกวัน

          การศึกษาเกี่ยวกับอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยให้การดูแลผิวพรรณเป็นไปได้ง่ายขึ้น การระวังและตระหนักถึงตัวการริ้วรอยแห่งวัยไม่เคยให้ผลเสีย ในทางตรงกันข้าม สารอาหารที่เราได้รับไม่เพียงทำให้ผิวพรรณกระจ่างใส มีสุขภาพดี แต่ยังช่วยส่งเสริมให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรงขึ้นด้วย ว่าแล้วก็ลองเปิดตู้เย็นเช็กดูหน่อยซิว่า เย็นนี้เรายังขาดอะไรที่ต้องไปซื้ออีกบ้าง

ขอบคุณภาพจาก : www.warakuthailand.com

เป็นไงครับกับ
สุดยอดอาหารเคล็ดลับอ่อนเยาว์ เห็นแล้วหลายๆคนอย่าลืมไปหามารับประทานกันนะครับ อย่างที่เคยมีคนกล่าวไว้น่ะครับ you are what you eat  แล้วกลับมาพบกันใหม่นะครับกับ B-Healthy สุขภายง่ายๆเริ่มต้นที่ตัวเรา สวัสดีครับ

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557

นอนดึก ! พฤติกรรมทำคนแก่เร็ว!

เชื่อว่าหลายๆคนก็ชอบนอนดึกใช่ไหมละ สมัยนี้ เวลาไม่ค่อยพอมีหลายสิ่งที่อยากทำ แต่ว่าถ้าเรานอนดึกเป็นประจำจะทำให้เราแก่เร็วลองมาดูข้อมูลกันดูนะครับ

การนอนดึก

          ก่อนอื่นเลย คือ การนอนดึก ไม่ว่าจะไปเที่ยวมา ทำงานเลิกช้า ติดซีรีย์ หรือดูฟุตบอลก็ตาม การนอนดึกนั้นทำให้ไม่มีฮอร์โมนต้านมะเร็งหลั่งออกมา นอกจากนั้นแล้วจะยิ่งทำให้เกิดโรคร้ายอื่น ๆ ได้อีก เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง และโรคอ้วน เพราะคนนอนดึกก็มักจะหิว ยิ่งง่ายต่อการทานกลางคืนค่ะ

 

สูบบุหรี่และกินเหล้า

          อันนี้แน่นอนอยู่แล้วว่าทั้งสองสิ่งนี้เป็นผลเสียกับอวัยวะภายในและภายนอกของร่างกาย เพราะปอดและตับจะทำงานหนัก เป็นผลให้แก่เร็วและเป็นมะเร็งตามมา เพราะฉะนั้นเราจึงควรลด ละ และเลิกซะตั้งแต่ตอนนี้นะคะ เพื่อสุชภาพที่ดีของเรา

 

ชอบทานแต่ไขมัน

          เพราะไขมันและโปรตีนจากเนื้อนั้นเป็นแหล่งอาหารชั้นหนึ่งของมะเร็ง ที่จะทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตได้ มิหนำซ้ำยังอ้วนอีกนะ

 

มีความเครียดจัด

          เพราะหากมีความทุกข์ ซึ่งเป็นสารชนิดหนึ่งที่ช่วยในการเจริญเติบโตของมะเร็งได้อย่างดีทีเดียว นอกจากจะเป็นเรื่องของมะเร็งแล้ว ความเครียดนั้นจะบั่นทอนในทุกการกระทำของเราอีกต่างหากนะคะ มีผลไปถึงหน้าหมองคล้ำดำเสีย ไม่สดใสอีกด้วย

 

ร่างกายขาดวิตามิน

          เพราะวิตามินต่าง ๆ จะทำหน้าที่ต้านเชื้อมะเร็งได้อย่างดี แล้วหากร่างกายขาดวิตามินเหล่านี้ ก็จะไม่มีอะไรสู้กับมันได้ เพราะฉะนั้นควรหมั่นรับประทานผักผลไม้ที่มีวิตามินให้เข้าสู่ร่างกายเป็นประจำ

 

 ทานของร้อนจัดเกินไป

          อย่างการซดชาร้อน หรือกาแฟร้อนนั้น จะไปลวกให้เซลล์หลอดอาหารอักเสบ และเมื่ออักเสบแล้วก็มีโอกาสเปลี่ยนไปเป็นเซลล์มะเร็ง อย่างนั้นแล้ว ควรหลีกเลี่ยงและควรรอให้ของร้อนแล้วนั้น อยู่ในระดับที่พออุ่นค่ะ

 

กลั้นปัสสาวะ

          น้ำปัสสาวะเป็นของเสีย ยิ่งอยู่นิ่งเป็นเวลานานจากการอั้น มันจะทำให้กระเพาะปัสสาวะของเราสะสมสิ่งเน่าเสียเหล่านี้ก่อให้เกิดมะเร็งได้ แล้วยังทำให้เราเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้อีกด้วย

 

ชอบทานรสเค็ม

          สิ่งมีชีวิตที่กินอาหารเค็มมีอัตราการเกิดมะเร็งสูงกว่า โดยเฉพาะในอาหารจำพวกเนื้อเต็ม เนื้อแห้ง เป็นต้น ดังนั้นควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการชอบทานเค็มให้ลดน้อยลง ก่อนที่จะสายเกินไปนะคะ

 

ตากแดดบ่อยเกินไป

          แสงแดดเป็นรังสีที่กระตุ้นอณูเซลล์ให้แบ่งต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งกลายเป็นก้อนใหญ่ขึ้นได้ อย่างนั้นแล้วจึงควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแดดที่แรงจัด หาวิธีป้องกันโดยการทาครีมกันแดด ใส่เสื้อผ้าปกคลุมก็ได้นะ

 

ขอบคุณภาพจาก : blog.janthai.com

รู้แบบนี้แล้วก็อย่านอนดึกกันมากนะครับ รักษาสุขภาพแล้วอย่าลืมดูแลผิวอายุเราด้วยนะครับ 
แล้วกับมาพบกันใหม่กับ B-Healthy สุขภายง่ายๆเริ่มต้นที่ตัวเรา สวัสดีครับ

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557

พบกับ 7 ประโยชน์จากน้ำอัดลมที่คุณไม่เคยรู้!

วันนี้ลองมาพบกับประโยชน์ของ น้ำอัดลม ที่คุณอาจจะไม่รู้ว่า จริงๆแล้วน้ำอัดลมมันก็มีประโยชน์ของมันเองอยู่ในตัวลองไปพบกับข้อมูลได้เลยครับ

แม้คุณจะเคยได้ยินมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วว่าน้ำอัดลมนั้นมีแต่โทษและไร้ซึ่งประโยชน์ใดๆเลยแม้แต่น้อยวันนี้เราขอปฏิเสธอย่างหนักแน่นด้วยเสียงแข็งๆเลยว่า น้ำอัดลมนั้นยังมีข้อดีอีกหลายๆ อย่างที่คุณอาจจะไม่เคยทราบมาก่อน ซึ่งข้อดีที่ว่ามานี้จะเกี่ยวกับอะไรบ้างนั้น วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับประโยชน์ของน้ำอัดลมมาฝากกัน ซึ่งรับรองได้เลยว่า ต้องมีหลายๆ ข้อที่คุณสามารถนำไปปรับใช้กันได้อย่างแน่นอน


1. ช่วยทำความสะอาดไขมันบนเสื้อผ้า
หากชุดเดรสสวยๆ หรือ กระโปรงทำงานตัวโปรดของคุณต้องเปื้อนคราบมันหรือตะกรันต่างๆลองผสมผงซักฟอกเข้ากับน้ำอัดลม1กระป๋อง แล้วซักด้วยเครื่องซักผ้าตามปกติ น้ำอัดลมจะช่วยสลายคราบมันและตระกรันบนชุดสวยๆ ให้คุณได้แน่นอน ที่สำคัญอย่าลืมใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มให้อีกรอบนะคะ เสื้อผ้าของคุณจะได้มีกลิ่นหอมๆ แทนกลิ่นซ่าๆ ไปในคราวเดียวค่ะ
2. ช่วยทำความสะอาดสุขภัณฑ์ห้องน้ำ
แค่คุณใช้น้ำอัดลมสูตรปราศจากน้ำตาลเทไว้ให้ทั่วพื้นห้องน้ำและสุขภัณฑ์ทิ้งไว้ประมาณ1ชั่วโมงหลังจากนั้นใช้แปรงขัดห้องน้ำขัดถูแล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง แค่นี้ห้องและสุขภัณฑ์ของคุณก็จะสะอาดใสกิ๊งเลยล่ะ
3. ขจัดคราบสนิม
หากชุดกันชนโครเมี่ยมของคุณเกิดเป็นจุดสนิมขึ้นมาเมื่อไรอย่าปล่อยให้มัยลุกลามไปได้รีบใช้อะลูมินั่มฟรอยด์ชุบน้ำอัดลมและขัดเบาๆตรงจุดที่เป็นสนิมรับรองได้เลยว่าคราบจะหลุดออกมาอย่างง่ายดาย
4. ช่วยคลายน็อตที่ขึ้นสนิมจนไขไม่ออก
ถ้าคุณต้องการจะไขน็อตออกจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆแต่น็อตตัวนั้นเต็มไปด้วยสนิมเขรอะให้คุณใช้ผ้าชุบน้ำอัดลมให้ชุ่มแล้วประคบน็อตตัวนั้นไว้สักครู่น้ำอัดลมจะช่วยกัดกร่อนสนิมบริเวณนั้นให้ไขน็อตออกได้อย่างง่ายดาย
5. ช่วยเปิดจุกฝาขวด
ถ้าหากจุกฝาขวดของคุณมันแน่นเกินไปจนเปิดไม่ออกให้คุณใช้ผ้าชุดน้ำอัดลมประคบไว้สักครู่หนึ่งน้ำอัดลมจะช่วยทำให้ฝาขวดคลายตัวและเปิดออกได้ง่ายยิ่งขึ้น
6. เพิ่มรสชาติให้กับแฮม
หากคุณอยากให้การทอดแฮมนั้นอร่อยยิ่งขึ้นลองเทน้ำอัดลมลงในกระทะแทนน้ำมันแล้วห่อแฮมด้วยฟรอยด์ใส่ลงในกระทะต้มในน้ำอัดลมทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วจึงเอาฟรอยด์ออกเพื่อให้แฮมได้คลุกเคล้ากับน้ำอัดลมที่ยังเหลืออยู่ในกระทะ รับรองได้เลยว่าแฮมของคุณจะมีรสชาติที่อร่อยยิ่งขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน
7. ทำความสะอาด.....รถบรรทุก
ทราบกันไหมว่าน้ำอัดลมนั้นถูกใช้ในการทำความสะอาดรถบรรทุกมาเป็นระยะเวลากว่า20ปีแล้วก่อนที่เด็กวัยรุ่นบางคนจะรู้จักกับน้ำอัดลมเสียอีก!!!
เห็นหรือยังว่า น้ำอัดลมนั้นมีประโยชน์อีกมากมายที่คุณไม่เคยรู้เลย
แต่ที่น่าสังเกตก็คือ ยังไม่พบประโยชน์ต่อร่างกายของเราเลยสักข้อหนึ่ง ฉะนั้นแล้วคุณควรจะทานต่อไปหรือใช้เพื่อประโยชน์ตามที่เราแนะนำมา...?!?

ฮาๆๆ เป็นไงครับกับประโยชน์ของมัน แต่ผมว่าไม่ค่อยมีประโยชน์กับเราสักเท่าไหร่เลยนะครับ ฮาๆๆ แล้วกับมาพบกันใหม่กับ

 B-Healthy สุขภายง่ายๆเริ่มต้นที่ตัวเรา สวัสดีครับ

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

คลายความเมื่อยล้าดวงตาด้วย 6 ท่าบริหารดวงตา

วันนี้ก็มาพบกับการ คลายความเมื่อยล้าดวงตาด้วย 6 ท่าบริหารดวงตา  เป็นวิธีที่จะช่วยบริหารดวงตาและผ่อนคลายดวงตาของทุกคนที่ใช้สายตามากๆ อย่างอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกวัน วันละหลายๆชั่วโมง 6 วิธีนี้ช่วยได้มากจริงๆครับ ผมได้ลองทำตามดูแล้ว มาลองทำกันดูนะครับกับวิธีต่อไปนี้

1. ประคบดวงตาด้วยฝ่ามือ
          
          ท่าแรกเริ่มกันง่าย ๆ ในขณะที่คุณนั่งทำงานอยู่ แล้วรู้สึกล้าสายตาขึ้นมาให้ถูฝ่ามือทั้งสองข้างพอให้เกิดความร้อนหน่อย ๆ จากนั้นหลับตา แล้วทำมือเป็นรูปทรงคล้ายถ้วย มาประคบดวงตาทั้งสองข้างทิ้งไว้สักครู่ ให้ไออุ่นจากฝ่ามือคลายกล้ามเนื้อบริเวณดวงตาที่เครียดเกร็งจากการเพ่งจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ


 2. กะพริบตาทุก 4 วินาที
          
          สาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกเพลียสายตา และทำให้ตาแห้งแสบก็เป็นเพราะเราไม่ยอมกะพริบตานั่นเอง ยิ่งในขณะที่ใช้สมาธิทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะลืมกะพริบตาโดยไม่รู้ตัวกันเลยทีเดียว ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ตาแห้ง จนต้องเพ่งสายตาทำงานมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำให้คุณกะพริบตาทุก ๆ 4 วินาที รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมกะพริบตากันด้วยนะจ๊ะ


 3. กลอกตาทุก ๆ ชั่วโมง
          
          อีกท่าบริหารสายตาง่าย ๆ เพียงแค่หลับตา แล้วกลอกตาเป็นวงกลมประมาณ 1 นาทีเป็นอย่างต่ำ นอกจากจะเป็นการพักเบรกสายตาจากแสงและรังสีของคอมพิวเตอร์แล้ว ท่าบริหารท่านี้ยังเหมือนการนวดดวงตาให้คลายความเกร็งเครียดได้อีกด้วยนะ อ้อ ! แต่ถ้าอยากผ่อนคลายขึ้นอีกขั้น ลองเงยหน้าแล้วหมุนคอเป็นวงกลมด้วยก็จะรู้สึกสบายสุด ๆ ไปเลยจ้า


 4. กวาดสายตาระยะไกล

          ในขณะที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และกำลังมีสมาธิเพ่งเนื้อหางานที่ทำอยู่ บางทีเราก็ไม่รู้ตัวว่ายื่นหน้าเข้าไปใกล้จอมากแค่ไหน ซึ่งการที่เราใช้สายตาในระยะใกล้ ๆ แบบนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่พาให้สายตาล้าและเพลียมาก ๆ เช่นกัน

          ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า ให้คุณช่วยบำรุงสายตาด้วยการถอยห่างออกจากจอคอมพิวเตอร์เท่าที่จะเป็นไปได้ และปรับระยะโฟกัสสายตาด้วยตัวเองบ่อย ๆ โดยวิธีก็แค่ถอยออกไปอยู่หน้าประตูห้อง หรือมุมไหนของห้องก็ได้ที่จะทำให้คุณมองเห็นภาพรวมของห้องกว้างที่สุด แล้วกวาดสายตามองสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องเป็นแนววงกลม อาจจะไล่มองจากทีวี โซฟา โต๊ะทำงาน หน้าต่าง โมบาย หรืออื่น ๆ เป็นต้น แค่นี้ก็เหมือนได้ยืดเส้นยืดสายให้กล้ามเนื้อตาได้เยอะแล้วล่ะ

 5. ละสายตาไปมองอย่างอื่นทุกชั่วโมง
          
          การใช้เวลาเพ่งสายตาอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานเกินหนึ่งชั่วโมง ก็ทำให้เกิดความเมื่อยล้าตาได้ง่าย ๆ เช่นกัน ฉะนั้นอย่างน้อยทุก ๆ 1 ชั่วโมง คุณควรละสายตาจากหน้าจอไปมองอย่างอื่นบ้าง หรือลุกออกไปเดินเล่นสักพัก ถือโอกาสขยับแข้งขาไล่ความปวดเมื่อยไปด้วยซะเลย


 6. ซิทอัพดวงตา
          
          ในคราวที่รู้สึกปวดตาจนร้อนกระบอกตาผ่าว ให้คุณหลับตาลงแล้วเหลือบตาขึ้น-ลงสักพัก จากนั้นลืมตาขึ้นแล้วกวาดสายตามองผ่าน ๆ ประมาณ 1 นาที เสร็จแล้วเริ่มยกใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้ให้หลับตาแล้วเหลือบตาไปด้านซ้าย-ขวา ประมาณ 1 นาที จากนั้นลืมตาขึ้น แล้วมองผ่าน ๆ อีกรอบ เว้นระยะห่างสัก 2-3 นาที แล้วเริ่มบริหารตาใหม่อีกครั้ง หรือจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น

เป็นไงกันบ้างครับกับ 6 ท่าวิธีบริหารดวงตาที่สามารถช่วยผ่อนคลายดวงตาในวันที่ใช้สายตามากๆ อย่าลืมลองทำกันดูนะครับผม แล้วพบกันใหม่กับ 
B-Healthy สุขภายง่ายๆเริ่มต้นที่ตัวเรา สวัสดีครับ

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2557

B-Healthy กับเรื่องของผู้หญิง ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้

วันนี้มาพบกับเรื่องของผู้หญิงที่ใครหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ ลองรับชมข้อมูลกันดูครับว่า มีเรื่องอะไรบ้างที่เราไม่รู้เกี่ยวกับผู้หญิง ^_^

1. ผู้หญิงจมูกไว สามารถรับรู้กลิ่นได้ดีมาก

          ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ จะมีความสามารถในการรับรู้กลิ่นได้ดีกว่าเพศชาย และผู้หญิงในวัยอื่น ๆ ซึ่งอาจจะมีผลมาจากฮอร์โมนที่เกิดขึ้น และเปลี่ยนแปลงในร่างกาย จึงทำให้ผู้หญิงในช่วงวัยเจริญพันธุ์จับกลิ่นและแยกแยะกลิ่นต่าง ๆ ได้ดี โดยเฉพาะกลิ่นของคนที่คุ้นเคย หนุ่ม ๆ ทั้งหลายต้องระวังกันแล้วล่ะ

 

2. ผู้หญิงดื่มไม่เก่งเท่าผู้ชาย

      ร่างกายของผู้หญิงไม่มีเอนไซม์สำหรับย่อยแอลกอฮอล์เหมือนที่ร่างกายผู้ชายมี อีกทั้งยังร่างกายของผู้หญิง ยังมีความสามารถในการระบายแอลกอฮอล์ได้ต่ำด้วย ดังนั้นหากคุณท้าดื่มกับพวกผู้ชาย ในปริมาณแอลกอฮอล์เท่า ๆ กัน ก็คงต้องแพ้ราบคาบอย่างแน่นอน เพราะระดับแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดของคุณผู้หญิงจะพุ่งสูงกว่า

 

3. ผู้หญิงจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดได้มากกว่าผู้ชาย
          
          การศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนด์ฟอร์ดเผยว่า หากผู้หญิงและผู้ชายเจ็บป่วยด้วยโรคเดียวกัน ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะรู้สึกเจ็บปวดมากกว่าเพศชาย เนื่องมาจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิง ที่มีส่วนกระตุ้นความเจ็บปวดระดับขีดสุดให้เพศหญิง ยิ่งระดับเอสโตรเจนในร่างกายพุ่งสูง ความเจ็บปวดก็จะรุนแรงขึ้น

 

4. ต่อมน้ำตาผู้หญิงใหญ่กว่าผู้ชาย
          
          จากผลสำรวจจะเห็นได้ว่า ผู้หญิงร้องไห้คิดเป็นอัตราส่วน 5.3 ครั้งต่อเดือน แต่ผู้ชายกลับร้องเพียงแค่ 1.4 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นความถี่ที่ต่างกันมากเลยทีเดียว แต่นอกจากเหตุผลด้านสถานภาพทางสังคมที่ทุกคนคุ้นเคย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ยังเผยว่า ต่อมน้ำตาของผู้หญิงมีความแตกต่างจากต่อมน้ำตาของผู้ชาย อีกทั้งฮอร์โมนโปรแลคติน ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการสร้างน้ำนม ก็ยังเป็นหน่วยเสริมคอยสร้างน้ำตาให้ผู้หญิงอีกด้วย เพศหญิงในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป จึงมีแนวโน้มจะหลั่งน้ำตาได้มากกว่าเพศชายถึง 50-60%

 

5. ผู้หญิงใช้สมองทั้ง 2 ซีก ในการฟัง
          
          นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอินเดียนาใช้เครื่อง MRI ตรวจสอบการทำงานของสมองในขณะที่ผู้ชายและผู้หญิงได้ฟังการบรรยายและพบว่า ผู้ชายส่วนใหญ่จะตอบสนองด้วยการใช้สมองซีกซ้าย ซึ่งเป็นซีกที่เกี่ยวข้องกับการฟังและการพูด ในขณะที่ผู้หญิงตอบสนองต่อข้อความที่ได้ยินด้วยสองซีกขวา ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์และการแสดงออกด้วย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจหากผู้หญิงจะสามารถโต้ตอบกับฝ่ายตรงข้ามได้มีสีสันมากกว่าผู้ชาย

 

 6. เมื่อถ่ายรูปคู่กัน ผู้หญิงดูอ่อนวัยกว่าผู้ชาย 
          
          เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน คอลลาเจนที่อยู่ในผิวเราก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าผู้ชาย ส่งผลให้ผู้หญิงในช่วงวัยหมดประจำเดือน อาจดูสูงอายุกว่าหนุ่มๆ วัยสี่สิบปลาย ๆ ได้

          แต่เวลาที่ถ่ายรูปคู่กัน กลับเป็นฝ่ายผู้หญิง ที่จะดูอ่อนวัยกว่าผู้ชาย ซะอย่างนั้น ซึ่งก็อธิบายได้ ว่า ผิวของผู้ชายมีความหนากว่า และมักจะเกิดริ้วรอยบนใบหน้า รวมทั้งร่องรอยอาการบาดเจ็บจากการโกนหนวดบนใบหน้าด้วย ดังนั้นเมื่อถ่ายรูปคู่กัน ผู้หญิงจึงดูมีผิวที่เรียบเนียนอ่อนวัยมากกว่าผู้ชาย


ที่มา : www.goosiam.com

ว๊าว เป็นไงครับ ทึ่งกันไปเลยละซี๊ เพราะแบบนี้นี่เอง ทั้งเรื่องการฟังและความรู้สึก หลายๆอย่างเหนื่อกว่าเราซึ่งเป็นผู้ชายแต่ว่าในหลายๆอย่างรู้ซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งที่ดีครับ แล้วพบกันใหม่กับ B-Healthy สุขภายง่ายๆเริ่มต้นที่ตัวเรา สวัสดีครับ

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2557

เมื่อเมนูที่มีประโยชน์ บางครั้งก็มีผลเสียเช่นกัน



วันนี้มาพบกับเรื่องที่ว่า อาหารในแต่ละมื้อที่เรากินมีประโยชน์แต่หากเรากินผิดวิธีมันก็อาจเป็นผลเสียต่อตัวเราเองได้เช่นกันดังนั้นเรามารับข้อมูลว่าเราควรทำอย่างไรกันดีกับอาหารที่เรากิน


นอกจากเมนูอาหารขยะ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ว่าอันตรายต่อสุขภาพแล้ว น้อยคนนักที่จะรู้ว่าอาหารที่เหมือนจะดีต่อสุขภาพบางชนิด ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างคาดไม่ถึง ว่าแล้วเราก็มาดูกันดีกว่าครับว่ามีเมนูอาหารอะไรบ้างที่ที่ทำร้ายสุขภาพของคุณโดยไม่รู้ตัว

น้ำผลไม้
งงล่ะสิว่าน้ำผลไม้ที่ว่าดีนักหนา มีอันตรายต่อสุขภาพได้อย่างไง นั่นเพราะมันไม่ใช่น้ำผลไม้ที่คุณคั้นเองกับมือนั่นสิ น้ำผลไม้ที่เราซื้อกินตามร้านหรือแม้แต่ที่มาในบรรจุภัณฑ์สวยหรู บางทีเขาก็ไม่ได้ใช้ผลไม้สดมาให้คุณดื่มเสมอไป แถมยังมีส่วนผสมของน้ำตาลเยอะซะด้วย เผลอจะเยอะยิ่งกว่าลูกกวาดเสียอีก ฉะนั้นถ้าคิดจะดื่มน้ำผลไม้ แนะนำว่าคั้นน้ำผลไม้ดื่มเองสบายใจที่สุดครับ

นมถั่วเหลือง
นมถั่วเหลืองนั้นเต็มไปด้วยโปรตีนและโพแทสเซียมตามที่เรียนมาไม่ผิดแน่นอน แต่สิ่งที่ตามมาก็ไม่ต่างจากการซื้อน้ำผลไม้เลยครับ เพราะสิ่งที่คุณได้รับนั้น ไม่ใช่แค่นมถั่วเหลืองเท่านั้น แต่มันมาพร้อมปริมาณน้ำตาลมากเลยทีเดียว ยิ่งกับคนที่ชอบรสหวานๆด้วยละก่อน ไม่ต้องสืบเลยครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ขนมปังขาว

อันนี้บอกไปหลายครั้งหลายคราเลยครับ ว่าขนมปังขาวนั้นมีปริมาณน้ำตาลมากจนน่ากลัว แถมยังมีส่วนผสมของแป้งที่ให้พลังงานสูง ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดี เปลี่ยนใจมาทานขนมปังโฮลเกรนหรือโฮลวีทที่มีไฟเบอร์มากกว่าจะดูดีกว่าเยอะเลยครับ

น้ำอัดลมไดเอต

บริษัทขายน้ำอัดลมมากมายพยายามโปรโมทนักหนาว่าน้ำอัดลมไดเอตไม่ทำให้อ้วน ทำให้คนที่ต้องการจะลดน้ำหนัก แต่อยากดื่มน้ำอัดลมให้ชื่นใจ หันมาดื่มของพวกนี้แทนกันเป็นแถว และสิ่งที่คุณยังไม่รู้นั่นคือ น้ำอัดลมพวกนี้ดื่มแล้วไม่อ้วนก็จริง แต่สารให้ความหวานแทนน้ำตาลของมันก็สามารถทำลายกระดูกของคุณได้ด้วยเหมือนกันนะ

เนยถั่วลดไขมัน
เนยถั่วอาจไม่ใช่ของชอบของคนส่วนใหญ่ แต่สำหรับหลายๆ คนแล้ว เรียกว่าเป้นยอดอาหารเลยทีเดียว โดยไม่รู้ว่าเนยรสอร่อยสำหรับคนโปรดปรานเนยถั่วเหล่านี้ ทำให้คุณอ้าวเอาง่ายๆ เพราะต่อให้เขาบอกว่าไร้ไขมัน แต่ไขมันที่หายไปก็หมายถึงเกลือหรือน้ำตาลปริมาณมากที่เพิ่มเข้ามาแทน

เครื่องดื่มชูกำลัง
ใครรู้ตัวว่าเป็นคนที่ชอบดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเรียกความกระปรี้กระเปร่าก่อนทำงาน เลิกตอนนี้ยังไม่สายนะครับ เพราะเครื่องดื่มพวกนี้เต็มไปด้วยน้ำตาลอัดแน่นจนน่ากลัวเลยทีเดียว ถึงจะทำให้คุณตื่นตัวในชั่วพริบตา แต่หลายจากร่างกายใช้พลังงานน้ำตาลที่อัดเอาไปหมดแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความอ่อนเพลียอย่างที่สุด หรือถ้าใช้น้ำตาลไม่หมด รับรองว่าไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลยครับ

ซุปข้น
อย่ามัวแต่ระวังเรื่องน้ำตาลจนลืมที่จะหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณเกลือมากเกินไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะซุปข้นที่ขายกันทั่วไปตามร้านอาหารซึ่งเต็มไปด้วยเกลือจำนวนมาก รวมทั้งสารกันบูดและเนยด้วย ซึ่งพอเอามารวมกันแล้ว นับว่าเป็นอาหารที่ก่อผลเสียกับร่างกายได้อย่างน่ากลัวเชียวล่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเนื้อหา หวังว่าทุกคนคงจะได้ความรู้เกี่ยวกับเมนูที่มีประโยชน์ บางครั้งก็มีผลเสียเช่นกัน แล้วพบกันใหม่นะครับกับ  B-Healthy สุขภายง่ายๆเริ่มต้นที่ตัวเรา สวัสดีครับ

วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

ต้องระวัง! หากดูทีวี เล่นมือถือ ในที่มืดทำให้เสี่ยงเกิดโรคต้อหินในตา

ดูทีวี เล่นมือถือ ในที่มืด เสี่ยงเกิดต้อหิน


วันนี้มาพบกับข้อมูลเกี่ยวข้องกับสายตาเราบ้างนะครับผมเชื่อว่าหลายๆคนก็มีพฤติกรรมแบบนี้ คือเล่นมือถือ ไอแพด หรืออุปกรอื่นๆใน เวลาก่อนนอนตอนกลางคืนและปิดไฟ ซึ่งอาจเป็นที่มาของโรคไม่รู้ตัว เพื่อนรองรับข้อมูลดูครับ

กระทรวงสาธารณสุข เตือนภัยประชาชน ที่ชอบปิดไฟดูทีวี ดูหรือส่งข้อความบนสมาร์ทโฟน ไอแพด ในความมืด จะเกิดโรคที่เรียกว่า “เทคโนโลยีซินโดรม “ สร้างความเครียดผู้ใช้ เพราะต้องเพ่งสายตาที่จอ ทำให้ความดันในลูกตาสูง เสี่ยงเกิดโรคต้อหินถึงขั้นตาบอดได้ 

 
แนะ วิธีใช้เครื่องมือให้ปลอดภัยกับสุขภาพ คือให้เปิดไฟดูทีวี หรือดูสมาร์ทโฟนในที่สว่าง ใช้ 25 นาที ให้พัก 5 นาที หรือใช้ 30 นาที พัก 10 นาที หากรู้สึกปวดตา ให้นอนหลับอย่างน้อย 7 ชั่วโมง ดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในดวงตา พร้อมแนะประชาชนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป พบจักษุแพทย์ปีละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจค้นหาโรค ต้อหิน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน เสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้สูงกว่าคนทั่วไป 5-7 เท่าตัว หากพบและรักษาทันท่วงทีจะลดการสูญเสียการมองเห็นได้
 
วิธี รักษาด้วยตนเอง สามารถทำได้ง่ายๆ คือให้นอนหลับเป็นเวลา 7 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ ซึ่งจะเป็นการรักษาที่ให้ผลดีที่สุด และดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อเพิ่มน้ำให้ตาให้ชุ่มชื้นขึ้น หรือทำประคบเย็น โดยให้ใช้ผ้าขนหนูหนาหรือผ้าเช็ดหน้า พับ 3 ส่วน นำไปแช่น้ำที่มีน้ำแข็งจนเย็น บิดหมาด ๆ วางปิดตั้งแต่ขมับให้ทับพาดผ่านดวงตา เว้นสันจมูก ไปถึงขมับอีกข้าง ถ้าเย็นเกินไปให้เอาออก หากหายเย็นให้นำไปแช่น้ำเย็นใหม่อีกครั้ง ติดต่อกันอย่างน้อย 20 นาที พัก 1 นาที วันละ 2 หน จะช่วยลดความเครียด เพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา นอกจากนี้ควรเปิดไฟดูทีวี การ อ่านหนังสือในที่แสงสว่างเพียงพอ ดีที่สุดควรใช้เทคโนโลยีเท่ที่จำเป็น ใช้ให้ปลอดภัย เหมาะสม คือใช้นานประมาณ 25 นาที และให้พัก 5 นาที หรือใช้นาน 30 นาที และพัก 10 นาที เปลี่ยนอิริยาบถสลับกันไป จะช่วยได้ให้เหมาะสม ถ้าไม่จำเป็นอย่ายุ่งกับเทคโนโลยี ให้ควบคุมใจตัวเอง
Credit:smartsme

เห็นแบบนี้แล้วเพื่อนๆควรที่จะลด การเล่นลงนะครับเพราะมันทำลายสุขภาพแล้วยังทำลายอุปนิสัยของเราลงไปอีกด้วย เพราะงั้นก่อนนอน ก็ลดการเล่นมือถือสาร์ทโฟนลงบ้างนะครับเพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคตนะครับผมแล้วพบกันใหม่กับ 
B-Healthy สุขภายง่ายๆเริ่มต้นที่ตัวเรา สวัสดีครับ