วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557

นอนดึก ! พฤติกรรมทำคนแก่เร็ว!

เชื่อว่าหลายๆคนก็ชอบนอนดึกใช่ไหมละ สมัยนี้ เวลาไม่ค่อยพอมีหลายสิ่งที่อยากทำ แต่ว่าถ้าเรานอนดึกเป็นประจำจะทำให้เราแก่เร็วลองมาดูข้อมูลกันดูนะครับ

การนอนดึก

          ก่อนอื่นเลย คือ การนอนดึก ไม่ว่าจะไปเที่ยวมา ทำงานเลิกช้า ติดซีรีย์ หรือดูฟุตบอลก็ตาม การนอนดึกนั้นทำให้ไม่มีฮอร์โมนต้านมะเร็งหลั่งออกมา นอกจากนั้นแล้วจะยิ่งทำให้เกิดโรคร้ายอื่น ๆ ได้อีก เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง และโรคอ้วน เพราะคนนอนดึกก็มักจะหิว ยิ่งง่ายต่อการทานกลางคืนค่ะ

 

สูบบุหรี่และกินเหล้า

          อันนี้แน่นอนอยู่แล้วว่าทั้งสองสิ่งนี้เป็นผลเสียกับอวัยวะภายในและภายนอกของร่างกาย เพราะปอดและตับจะทำงานหนัก เป็นผลให้แก่เร็วและเป็นมะเร็งตามมา เพราะฉะนั้นเราจึงควรลด ละ และเลิกซะตั้งแต่ตอนนี้นะคะ เพื่อสุชภาพที่ดีของเรา

 

ชอบทานแต่ไขมัน

          เพราะไขมันและโปรตีนจากเนื้อนั้นเป็นแหล่งอาหารชั้นหนึ่งของมะเร็ง ที่จะทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตได้ มิหนำซ้ำยังอ้วนอีกนะ

 

มีความเครียดจัด

          เพราะหากมีความทุกข์ ซึ่งเป็นสารชนิดหนึ่งที่ช่วยในการเจริญเติบโตของมะเร็งได้อย่างดีทีเดียว นอกจากจะเป็นเรื่องของมะเร็งแล้ว ความเครียดนั้นจะบั่นทอนในทุกการกระทำของเราอีกต่างหากนะคะ มีผลไปถึงหน้าหมองคล้ำดำเสีย ไม่สดใสอีกด้วย

 

ร่างกายขาดวิตามิน

          เพราะวิตามินต่าง ๆ จะทำหน้าที่ต้านเชื้อมะเร็งได้อย่างดี แล้วหากร่างกายขาดวิตามินเหล่านี้ ก็จะไม่มีอะไรสู้กับมันได้ เพราะฉะนั้นควรหมั่นรับประทานผักผลไม้ที่มีวิตามินให้เข้าสู่ร่างกายเป็นประจำ

 

 ทานของร้อนจัดเกินไป

          อย่างการซดชาร้อน หรือกาแฟร้อนนั้น จะไปลวกให้เซลล์หลอดอาหารอักเสบ และเมื่ออักเสบแล้วก็มีโอกาสเปลี่ยนไปเป็นเซลล์มะเร็ง อย่างนั้นแล้ว ควรหลีกเลี่ยงและควรรอให้ของร้อนแล้วนั้น อยู่ในระดับที่พออุ่นค่ะ

 

กลั้นปัสสาวะ

          น้ำปัสสาวะเป็นของเสีย ยิ่งอยู่นิ่งเป็นเวลานานจากการอั้น มันจะทำให้กระเพาะปัสสาวะของเราสะสมสิ่งเน่าเสียเหล่านี้ก่อให้เกิดมะเร็งได้ แล้วยังทำให้เราเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้อีกด้วย

 

ชอบทานรสเค็ม

          สิ่งมีชีวิตที่กินอาหารเค็มมีอัตราการเกิดมะเร็งสูงกว่า โดยเฉพาะในอาหารจำพวกเนื้อเต็ม เนื้อแห้ง เป็นต้น ดังนั้นควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการชอบทานเค็มให้ลดน้อยลง ก่อนที่จะสายเกินไปนะคะ

 

ตากแดดบ่อยเกินไป

          แสงแดดเป็นรังสีที่กระตุ้นอณูเซลล์ให้แบ่งต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งกลายเป็นก้อนใหญ่ขึ้นได้ อย่างนั้นแล้วจึงควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแดดที่แรงจัด หาวิธีป้องกันโดยการทาครีมกันแดด ใส่เสื้อผ้าปกคลุมก็ได้นะ

 

ขอบคุณภาพจาก : blog.janthai.com

รู้แบบนี้แล้วก็อย่านอนดึกกันมากนะครับ รักษาสุขภาพแล้วอย่าลืมดูแลผิวอายุเราด้วยนะครับ 
แล้วกับมาพบกันใหม่กับ B-Healthy สุขภายง่ายๆเริ่มต้นที่ตัวเรา สวัสดีครับ

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557

พบกับ 7 ประโยชน์จากน้ำอัดลมที่คุณไม่เคยรู้!

วันนี้ลองมาพบกับประโยชน์ของ น้ำอัดลม ที่คุณอาจจะไม่รู้ว่า จริงๆแล้วน้ำอัดลมมันก็มีประโยชน์ของมันเองอยู่ในตัวลองไปพบกับข้อมูลได้เลยครับ

แม้คุณจะเคยได้ยินมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วว่าน้ำอัดลมนั้นมีแต่โทษและไร้ซึ่งประโยชน์ใดๆเลยแม้แต่น้อยวันนี้เราขอปฏิเสธอย่างหนักแน่นด้วยเสียงแข็งๆเลยว่า น้ำอัดลมนั้นยังมีข้อดีอีกหลายๆ อย่างที่คุณอาจจะไม่เคยทราบมาก่อน ซึ่งข้อดีที่ว่ามานี้จะเกี่ยวกับอะไรบ้างนั้น วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับประโยชน์ของน้ำอัดลมมาฝากกัน ซึ่งรับรองได้เลยว่า ต้องมีหลายๆ ข้อที่คุณสามารถนำไปปรับใช้กันได้อย่างแน่นอน


1. ช่วยทำความสะอาดไขมันบนเสื้อผ้า
หากชุดเดรสสวยๆ หรือ กระโปรงทำงานตัวโปรดของคุณต้องเปื้อนคราบมันหรือตะกรันต่างๆลองผสมผงซักฟอกเข้ากับน้ำอัดลม1กระป๋อง แล้วซักด้วยเครื่องซักผ้าตามปกติ น้ำอัดลมจะช่วยสลายคราบมันและตระกรันบนชุดสวยๆ ให้คุณได้แน่นอน ที่สำคัญอย่าลืมใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มให้อีกรอบนะคะ เสื้อผ้าของคุณจะได้มีกลิ่นหอมๆ แทนกลิ่นซ่าๆ ไปในคราวเดียวค่ะ
2. ช่วยทำความสะอาดสุขภัณฑ์ห้องน้ำ
แค่คุณใช้น้ำอัดลมสูตรปราศจากน้ำตาลเทไว้ให้ทั่วพื้นห้องน้ำและสุขภัณฑ์ทิ้งไว้ประมาณ1ชั่วโมงหลังจากนั้นใช้แปรงขัดห้องน้ำขัดถูแล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง แค่นี้ห้องและสุขภัณฑ์ของคุณก็จะสะอาดใสกิ๊งเลยล่ะ
3. ขจัดคราบสนิม
หากชุดกันชนโครเมี่ยมของคุณเกิดเป็นจุดสนิมขึ้นมาเมื่อไรอย่าปล่อยให้มัยลุกลามไปได้รีบใช้อะลูมินั่มฟรอยด์ชุบน้ำอัดลมและขัดเบาๆตรงจุดที่เป็นสนิมรับรองได้เลยว่าคราบจะหลุดออกมาอย่างง่ายดาย
4. ช่วยคลายน็อตที่ขึ้นสนิมจนไขไม่ออก
ถ้าคุณต้องการจะไขน็อตออกจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆแต่น็อตตัวนั้นเต็มไปด้วยสนิมเขรอะให้คุณใช้ผ้าชุบน้ำอัดลมให้ชุ่มแล้วประคบน็อตตัวนั้นไว้สักครู่น้ำอัดลมจะช่วยกัดกร่อนสนิมบริเวณนั้นให้ไขน็อตออกได้อย่างง่ายดาย
5. ช่วยเปิดจุกฝาขวด
ถ้าหากจุกฝาขวดของคุณมันแน่นเกินไปจนเปิดไม่ออกให้คุณใช้ผ้าชุดน้ำอัดลมประคบไว้สักครู่หนึ่งน้ำอัดลมจะช่วยทำให้ฝาขวดคลายตัวและเปิดออกได้ง่ายยิ่งขึ้น
6. เพิ่มรสชาติให้กับแฮม
หากคุณอยากให้การทอดแฮมนั้นอร่อยยิ่งขึ้นลองเทน้ำอัดลมลงในกระทะแทนน้ำมันแล้วห่อแฮมด้วยฟรอยด์ใส่ลงในกระทะต้มในน้ำอัดลมทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วจึงเอาฟรอยด์ออกเพื่อให้แฮมได้คลุกเคล้ากับน้ำอัดลมที่ยังเหลืออยู่ในกระทะ รับรองได้เลยว่าแฮมของคุณจะมีรสชาติที่อร่อยยิ่งขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน
7. ทำความสะอาด.....รถบรรทุก
ทราบกันไหมว่าน้ำอัดลมนั้นถูกใช้ในการทำความสะอาดรถบรรทุกมาเป็นระยะเวลากว่า20ปีแล้วก่อนที่เด็กวัยรุ่นบางคนจะรู้จักกับน้ำอัดลมเสียอีก!!!
เห็นหรือยังว่า น้ำอัดลมนั้นมีประโยชน์อีกมากมายที่คุณไม่เคยรู้เลย
แต่ที่น่าสังเกตก็คือ ยังไม่พบประโยชน์ต่อร่างกายของเราเลยสักข้อหนึ่ง ฉะนั้นแล้วคุณควรจะทานต่อไปหรือใช้เพื่อประโยชน์ตามที่เราแนะนำมา...?!?

ฮาๆๆ เป็นไงครับกับประโยชน์ของมัน แต่ผมว่าไม่ค่อยมีประโยชน์กับเราสักเท่าไหร่เลยนะครับ ฮาๆๆ แล้วกับมาพบกันใหม่กับ

 B-Healthy สุขภายง่ายๆเริ่มต้นที่ตัวเรา สวัสดีครับ

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

คลายความเมื่อยล้าดวงตาด้วย 6 ท่าบริหารดวงตา

วันนี้ก็มาพบกับการ คลายความเมื่อยล้าดวงตาด้วย 6 ท่าบริหารดวงตา  เป็นวิธีที่จะช่วยบริหารดวงตาและผ่อนคลายดวงตาของทุกคนที่ใช้สายตามากๆ อย่างอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกวัน วันละหลายๆชั่วโมง 6 วิธีนี้ช่วยได้มากจริงๆครับ ผมได้ลองทำตามดูแล้ว มาลองทำกันดูนะครับกับวิธีต่อไปนี้

1. ประคบดวงตาด้วยฝ่ามือ
          
          ท่าแรกเริ่มกันง่าย ๆ ในขณะที่คุณนั่งทำงานอยู่ แล้วรู้สึกล้าสายตาขึ้นมาให้ถูฝ่ามือทั้งสองข้างพอให้เกิดความร้อนหน่อย ๆ จากนั้นหลับตา แล้วทำมือเป็นรูปทรงคล้ายถ้วย มาประคบดวงตาทั้งสองข้างทิ้งไว้สักครู่ ให้ไออุ่นจากฝ่ามือคลายกล้ามเนื้อบริเวณดวงตาที่เครียดเกร็งจากการเพ่งจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ


 2. กะพริบตาทุก 4 วินาที
          
          สาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกเพลียสายตา และทำให้ตาแห้งแสบก็เป็นเพราะเราไม่ยอมกะพริบตานั่นเอง ยิ่งในขณะที่ใช้สมาธิทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะลืมกะพริบตาโดยไม่รู้ตัวกันเลยทีเดียว ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ตาแห้ง จนต้องเพ่งสายตาทำงานมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำให้คุณกะพริบตาทุก ๆ 4 วินาที รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมกะพริบตากันด้วยนะจ๊ะ


 3. กลอกตาทุก ๆ ชั่วโมง
          
          อีกท่าบริหารสายตาง่าย ๆ เพียงแค่หลับตา แล้วกลอกตาเป็นวงกลมประมาณ 1 นาทีเป็นอย่างต่ำ นอกจากจะเป็นการพักเบรกสายตาจากแสงและรังสีของคอมพิวเตอร์แล้ว ท่าบริหารท่านี้ยังเหมือนการนวดดวงตาให้คลายความเกร็งเครียดได้อีกด้วยนะ อ้อ ! แต่ถ้าอยากผ่อนคลายขึ้นอีกขั้น ลองเงยหน้าแล้วหมุนคอเป็นวงกลมด้วยก็จะรู้สึกสบายสุด ๆ ไปเลยจ้า


 4. กวาดสายตาระยะไกล

          ในขณะที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และกำลังมีสมาธิเพ่งเนื้อหางานที่ทำอยู่ บางทีเราก็ไม่รู้ตัวว่ายื่นหน้าเข้าไปใกล้จอมากแค่ไหน ซึ่งการที่เราใช้สายตาในระยะใกล้ ๆ แบบนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่พาให้สายตาล้าและเพลียมาก ๆ เช่นกัน

          ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า ให้คุณช่วยบำรุงสายตาด้วยการถอยห่างออกจากจอคอมพิวเตอร์เท่าที่จะเป็นไปได้ และปรับระยะโฟกัสสายตาด้วยตัวเองบ่อย ๆ โดยวิธีก็แค่ถอยออกไปอยู่หน้าประตูห้อง หรือมุมไหนของห้องก็ได้ที่จะทำให้คุณมองเห็นภาพรวมของห้องกว้างที่สุด แล้วกวาดสายตามองสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องเป็นแนววงกลม อาจจะไล่มองจากทีวี โซฟา โต๊ะทำงาน หน้าต่าง โมบาย หรืออื่น ๆ เป็นต้น แค่นี้ก็เหมือนได้ยืดเส้นยืดสายให้กล้ามเนื้อตาได้เยอะแล้วล่ะ

 5. ละสายตาไปมองอย่างอื่นทุกชั่วโมง
          
          การใช้เวลาเพ่งสายตาอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานเกินหนึ่งชั่วโมง ก็ทำให้เกิดความเมื่อยล้าตาได้ง่าย ๆ เช่นกัน ฉะนั้นอย่างน้อยทุก ๆ 1 ชั่วโมง คุณควรละสายตาจากหน้าจอไปมองอย่างอื่นบ้าง หรือลุกออกไปเดินเล่นสักพัก ถือโอกาสขยับแข้งขาไล่ความปวดเมื่อยไปด้วยซะเลย


 6. ซิทอัพดวงตา
          
          ในคราวที่รู้สึกปวดตาจนร้อนกระบอกตาผ่าว ให้คุณหลับตาลงแล้วเหลือบตาขึ้น-ลงสักพัก จากนั้นลืมตาขึ้นแล้วกวาดสายตามองผ่าน ๆ ประมาณ 1 นาที เสร็จแล้วเริ่มยกใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้ให้หลับตาแล้วเหลือบตาไปด้านซ้าย-ขวา ประมาณ 1 นาที จากนั้นลืมตาขึ้น แล้วมองผ่าน ๆ อีกรอบ เว้นระยะห่างสัก 2-3 นาที แล้วเริ่มบริหารตาใหม่อีกครั้ง หรือจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น

เป็นไงกันบ้างครับกับ 6 ท่าวิธีบริหารดวงตาที่สามารถช่วยผ่อนคลายดวงตาในวันที่ใช้สายตามากๆ อย่าลืมลองทำกันดูนะครับผม แล้วพบกันใหม่กับ 
B-Healthy สุขภายง่ายๆเริ่มต้นที่ตัวเรา สวัสดีครับ

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2557

B-Healthy กับเรื่องของผู้หญิง ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้

วันนี้มาพบกับเรื่องของผู้หญิงที่ใครหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ ลองรับชมข้อมูลกันดูครับว่า มีเรื่องอะไรบ้างที่เราไม่รู้เกี่ยวกับผู้หญิง ^_^

1. ผู้หญิงจมูกไว สามารถรับรู้กลิ่นได้ดีมาก

          ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ จะมีความสามารถในการรับรู้กลิ่นได้ดีกว่าเพศชาย และผู้หญิงในวัยอื่น ๆ ซึ่งอาจจะมีผลมาจากฮอร์โมนที่เกิดขึ้น และเปลี่ยนแปลงในร่างกาย จึงทำให้ผู้หญิงในช่วงวัยเจริญพันธุ์จับกลิ่นและแยกแยะกลิ่นต่าง ๆ ได้ดี โดยเฉพาะกลิ่นของคนที่คุ้นเคย หนุ่ม ๆ ทั้งหลายต้องระวังกันแล้วล่ะ

 

2. ผู้หญิงดื่มไม่เก่งเท่าผู้ชาย

      ร่างกายของผู้หญิงไม่มีเอนไซม์สำหรับย่อยแอลกอฮอล์เหมือนที่ร่างกายผู้ชายมี อีกทั้งยังร่างกายของผู้หญิง ยังมีความสามารถในการระบายแอลกอฮอล์ได้ต่ำด้วย ดังนั้นหากคุณท้าดื่มกับพวกผู้ชาย ในปริมาณแอลกอฮอล์เท่า ๆ กัน ก็คงต้องแพ้ราบคาบอย่างแน่นอน เพราะระดับแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดของคุณผู้หญิงจะพุ่งสูงกว่า

 

3. ผู้หญิงจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดได้มากกว่าผู้ชาย
          
          การศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนด์ฟอร์ดเผยว่า หากผู้หญิงและผู้ชายเจ็บป่วยด้วยโรคเดียวกัน ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะรู้สึกเจ็บปวดมากกว่าเพศชาย เนื่องมาจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิง ที่มีส่วนกระตุ้นความเจ็บปวดระดับขีดสุดให้เพศหญิง ยิ่งระดับเอสโตรเจนในร่างกายพุ่งสูง ความเจ็บปวดก็จะรุนแรงขึ้น

 

4. ต่อมน้ำตาผู้หญิงใหญ่กว่าผู้ชาย
          
          จากผลสำรวจจะเห็นได้ว่า ผู้หญิงร้องไห้คิดเป็นอัตราส่วน 5.3 ครั้งต่อเดือน แต่ผู้ชายกลับร้องเพียงแค่ 1.4 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นความถี่ที่ต่างกันมากเลยทีเดียว แต่นอกจากเหตุผลด้านสถานภาพทางสังคมที่ทุกคนคุ้นเคย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ยังเผยว่า ต่อมน้ำตาของผู้หญิงมีความแตกต่างจากต่อมน้ำตาของผู้ชาย อีกทั้งฮอร์โมนโปรแลคติน ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการสร้างน้ำนม ก็ยังเป็นหน่วยเสริมคอยสร้างน้ำตาให้ผู้หญิงอีกด้วย เพศหญิงในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป จึงมีแนวโน้มจะหลั่งน้ำตาได้มากกว่าเพศชายถึง 50-60%

 

5. ผู้หญิงใช้สมองทั้ง 2 ซีก ในการฟัง
          
          นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอินเดียนาใช้เครื่อง MRI ตรวจสอบการทำงานของสมองในขณะที่ผู้ชายและผู้หญิงได้ฟังการบรรยายและพบว่า ผู้ชายส่วนใหญ่จะตอบสนองด้วยการใช้สมองซีกซ้าย ซึ่งเป็นซีกที่เกี่ยวข้องกับการฟังและการพูด ในขณะที่ผู้หญิงตอบสนองต่อข้อความที่ได้ยินด้วยสองซีกขวา ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์และการแสดงออกด้วย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจหากผู้หญิงจะสามารถโต้ตอบกับฝ่ายตรงข้ามได้มีสีสันมากกว่าผู้ชาย

 

 6. เมื่อถ่ายรูปคู่กัน ผู้หญิงดูอ่อนวัยกว่าผู้ชาย 
          
          เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน คอลลาเจนที่อยู่ในผิวเราก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าผู้ชาย ส่งผลให้ผู้หญิงในช่วงวัยหมดประจำเดือน อาจดูสูงอายุกว่าหนุ่มๆ วัยสี่สิบปลาย ๆ ได้

          แต่เวลาที่ถ่ายรูปคู่กัน กลับเป็นฝ่ายผู้หญิง ที่จะดูอ่อนวัยกว่าผู้ชาย ซะอย่างนั้น ซึ่งก็อธิบายได้ ว่า ผิวของผู้ชายมีความหนากว่า และมักจะเกิดริ้วรอยบนใบหน้า รวมทั้งร่องรอยอาการบาดเจ็บจากการโกนหนวดบนใบหน้าด้วย ดังนั้นเมื่อถ่ายรูปคู่กัน ผู้หญิงจึงดูมีผิวที่เรียบเนียนอ่อนวัยมากกว่าผู้ชาย


ที่มา : www.goosiam.com

ว๊าว เป็นไงครับ ทึ่งกันไปเลยละซี๊ เพราะแบบนี้นี่เอง ทั้งเรื่องการฟังและความรู้สึก หลายๆอย่างเหนื่อกว่าเราซึ่งเป็นผู้ชายแต่ว่าในหลายๆอย่างรู้ซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งที่ดีครับ แล้วพบกันใหม่กับ B-Healthy สุขภายง่ายๆเริ่มต้นที่ตัวเรา สวัสดีครับ

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2557

เมื่อเมนูที่มีประโยชน์ บางครั้งก็มีผลเสียเช่นกัน



วันนี้มาพบกับเรื่องที่ว่า อาหารในแต่ละมื้อที่เรากินมีประโยชน์แต่หากเรากินผิดวิธีมันก็อาจเป็นผลเสียต่อตัวเราเองได้เช่นกันดังนั้นเรามารับข้อมูลว่าเราควรทำอย่างไรกันดีกับอาหารที่เรากิน


นอกจากเมนูอาหารขยะ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ว่าอันตรายต่อสุขภาพแล้ว น้อยคนนักที่จะรู้ว่าอาหารที่เหมือนจะดีต่อสุขภาพบางชนิด ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างคาดไม่ถึง ว่าแล้วเราก็มาดูกันดีกว่าครับว่ามีเมนูอาหารอะไรบ้างที่ที่ทำร้ายสุขภาพของคุณโดยไม่รู้ตัว

น้ำผลไม้
งงล่ะสิว่าน้ำผลไม้ที่ว่าดีนักหนา มีอันตรายต่อสุขภาพได้อย่างไง นั่นเพราะมันไม่ใช่น้ำผลไม้ที่คุณคั้นเองกับมือนั่นสิ น้ำผลไม้ที่เราซื้อกินตามร้านหรือแม้แต่ที่มาในบรรจุภัณฑ์สวยหรู บางทีเขาก็ไม่ได้ใช้ผลไม้สดมาให้คุณดื่มเสมอไป แถมยังมีส่วนผสมของน้ำตาลเยอะซะด้วย เผลอจะเยอะยิ่งกว่าลูกกวาดเสียอีก ฉะนั้นถ้าคิดจะดื่มน้ำผลไม้ แนะนำว่าคั้นน้ำผลไม้ดื่มเองสบายใจที่สุดครับ

นมถั่วเหลือง
นมถั่วเหลืองนั้นเต็มไปด้วยโปรตีนและโพแทสเซียมตามที่เรียนมาไม่ผิดแน่นอน แต่สิ่งที่ตามมาก็ไม่ต่างจากการซื้อน้ำผลไม้เลยครับ เพราะสิ่งที่คุณได้รับนั้น ไม่ใช่แค่นมถั่วเหลืองเท่านั้น แต่มันมาพร้อมปริมาณน้ำตาลมากเลยทีเดียว ยิ่งกับคนที่ชอบรสหวานๆด้วยละก่อน ไม่ต้องสืบเลยครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ขนมปังขาว

อันนี้บอกไปหลายครั้งหลายคราเลยครับ ว่าขนมปังขาวนั้นมีปริมาณน้ำตาลมากจนน่ากลัว แถมยังมีส่วนผสมของแป้งที่ให้พลังงานสูง ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดี เปลี่ยนใจมาทานขนมปังโฮลเกรนหรือโฮลวีทที่มีไฟเบอร์มากกว่าจะดูดีกว่าเยอะเลยครับ

น้ำอัดลมไดเอต

บริษัทขายน้ำอัดลมมากมายพยายามโปรโมทนักหนาว่าน้ำอัดลมไดเอตไม่ทำให้อ้วน ทำให้คนที่ต้องการจะลดน้ำหนัก แต่อยากดื่มน้ำอัดลมให้ชื่นใจ หันมาดื่มของพวกนี้แทนกันเป็นแถว และสิ่งที่คุณยังไม่รู้นั่นคือ น้ำอัดลมพวกนี้ดื่มแล้วไม่อ้วนก็จริง แต่สารให้ความหวานแทนน้ำตาลของมันก็สามารถทำลายกระดูกของคุณได้ด้วยเหมือนกันนะ

เนยถั่วลดไขมัน
เนยถั่วอาจไม่ใช่ของชอบของคนส่วนใหญ่ แต่สำหรับหลายๆ คนแล้ว เรียกว่าเป้นยอดอาหารเลยทีเดียว โดยไม่รู้ว่าเนยรสอร่อยสำหรับคนโปรดปรานเนยถั่วเหล่านี้ ทำให้คุณอ้าวเอาง่ายๆ เพราะต่อให้เขาบอกว่าไร้ไขมัน แต่ไขมันที่หายไปก็หมายถึงเกลือหรือน้ำตาลปริมาณมากที่เพิ่มเข้ามาแทน

เครื่องดื่มชูกำลัง
ใครรู้ตัวว่าเป็นคนที่ชอบดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเรียกความกระปรี้กระเปร่าก่อนทำงาน เลิกตอนนี้ยังไม่สายนะครับ เพราะเครื่องดื่มพวกนี้เต็มไปด้วยน้ำตาลอัดแน่นจนน่ากลัวเลยทีเดียว ถึงจะทำให้คุณตื่นตัวในชั่วพริบตา แต่หลายจากร่างกายใช้พลังงานน้ำตาลที่อัดเอาไปหมดแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความอ่อนเพลียอย่างที่สุด หรือถ้าใช้น้ำตาลไม่หมด รับรองว่าไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลยครับ

ซุปข้น
อย่ามัวแต่ระวังเรื่องน้ำตาลจนลืมที่จะหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณเกลือมากเกินไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะซุปข้นที่ขายกันทั่วไปตามร้านอาหารซึ่งเต็มไปด้วยเกลือจำนวนมาก รวมทั้งสารกันบูดและเนยด้วย ซึ่งพอเอามารวมกันแล้ว นับว่าเป็นอาหารที่ก่อผลเสียกับร่างกายได้อย่างน่ากลัวเชียวล่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเนื้อหา หวังว่าทุกคนคงจะได้ความรู้เกี่ยวกับเมนูที่มีประโยชน์ บางครั้งก็มีผลเสียเช่นกัน แล้วพบกันใหม่นะครับกับ  B-Healthy สุขภายง่ายๆเริ่มต้นที่ตัวเรา สวัสดีครับ

วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

ต้องระวัง! หากดูทีวี เล่นมือถือ ในที่มืดทำให้เสี่ยงเกิดโรคต้อหินในตา

ดูทีวี เล่นมือถือ ในที่มืด เสี่ยงเกิดต้อหิน


วันนี้มาพบกับข้อมูลเกี่ยวข้องกับสายตาเราบ้างนะครับผมเชื่อว่าหลายๆคนก็มีพฤติกรรมแบบนี้ คือเล่นมือถือ ไอแพด หรืออุปกรอื่นๆใน เวลาก่อนนอนตอนกลางคืนและปิดไฟ ซึ่งอาจเป็นที่มาของโรคไม่รู้ตัว เพื่อนรองรับข้อมูลดูครับ

กระทรวงสาธารณสุข เตือนภัยประชาชน ที่ชอบปิดไฟดูทีวี ดูหรือส่งข้อความบนสมาร์ทโฟน ไอแพด ในความมืด จะเกิดโรคที่เรียกว่า “เทคโนโลยีซินโดรม “ สร้างความเครียดผู้ใช้ เพราะต้องเพ่งสายตาที่จอ ทำให้ความดันในลูกตาสูง เสี่ยงเกิดโรคต้อหินถึงขั้นตาบอดได้ 

 
แนะ วิธีใช้เครื่องมือให้ปลอดภัยกับสุขภาพ คือให้เปิดไฟดูทีวี หรือดูสมาร์ทโฟนในที่สว่าง ใช้ 25 นาที ให้พัก 5 นาที หรือใช้ 30 นาที พัก 10 นาที หากรู้สึกปวดตา ให้นอนหลับอย่างน้อย 7 ชั่วโมง ดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในดวงตา พร้อมแนะประชาชนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป พบจักษุแพทย์ปีละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจค้นหาโรค ต้อหิน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน เสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้สูงกว่าคนทั่วไป 5-7 เท่าตัว หากพบและรักษาทันท่วงทีจะลดการสูญเสียการมองเห็นได้
 
วิธี รักษาด้วยตนเอง สามารถทำได้ง่ายๆ คือให้นอนหลับเป็นเวลา 7 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ ซึ่งจะเป็นการรักษาที่ให้ผลดีที่สุด และดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อเพิ่มน้ำให้ตาให้ชุ่มชื้นขึ้น หรือทำประคบเย็น โดยให้ใช้ผ้าขนหนูหนาหรือผ้าเช็ดหน้า พับ 3 ส่วน นำไปแช่น้ำที่มีน้ำแข็งจนเย็น บิดหมาด ๆ วางปิดตั้งแต่ขมับให้ทับพาดผ่านดวงตา เว้นสันจมูก ไปถึงขมับอีกข้าง ถ้าเย็นเกินไปให้เอาออก หากหายเย็นให้นำไปแช่น้ำเย็นใหม่อีกครั้ง ติดต่อกันอย่างน้อย 20 นาที พัก 1 นาที วันละ 2 หน จะช่วยลดความเครียด เพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา นอกจากนี้ควรเปิดไฟดูทีวี การ อ่านหนังสือในที่แสงสว่างเพียงพอ ดีที่สุดควรใช้เทคโนโลยีเท่ที่จำเป็น ใช้ให้ปลอดภัย เหมาะสม คือใช้นานประมาณ 25 นาที และให้พัก 5 นาที หรือใช้นาน 30 นาที และพัก 10 นาที เปลี่ยนอิริยาบถสลับกันไป จะช่วยได้ให้เหมาะสม ถ้าไม่จำเป็นอย่ายุ่งกับเทคโนโลยี ให้ควบคุมใจตัวเอง
Credit:smartsme

เห็นแบบนี้แล้วเพื่อนๆควรที่จะลด การเล่นลงนะครับเพราะมันทำลายสุขภาพแล้วยังทำลายอุปนิสัยของเราลงไปอีกด้วย เพราะงั้นก่อนนอน ก็ลดการเล่นมือถือสาร์ทโฟนลงบ้างนะครับเพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคตนะครับผมแล้วพบกันใหม่กับ 
B-Healthy สุขภายง่ายๆเริ่มต้นที่ตัวเรา สวัสดีครับ

วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2557

เรื่อง กล้วยๆ ที่ไม่กล้วยเลย


วันนี้มาพบเรื่อง กล้วยๆที่ประโยชน์มันไม่กล้วยเลย กล้วยก็เป็นผลไม้อีกชนิดนึงที่เราหลายๆคนคุ้นเคยกันดีไม่ว่าจะอยู่ในอาหาร ของหวานหรือกินตอนสุกงอม มีสรรพคุณทางยา มากมายตั้งแต่ต้นจนผลเรียกได้ว่ามันอยู่กับเรามาเนิ่นนาน ลองรับชมประโยชน์เพิ่มเติ่มของกล้วยดูนะครับผม

ขึ้นชื่อว่า "กล้วย" ไม่ว่าจะสายพันธ์ไหน ต่างก็มีสารอาหารและวิตามินจำนวนมาก โดยเมื่อเทียบกับแอปเปิ้ลแล้วกล้วยมีโปรตีนมากกว่าถึง 4 เท่า มีคาร์โบไฮเดรตมากกว่า 2 เท่า มีฟอสฟอรัสมากกว่า 3 เท่า มีวิตามินเอและแร่ธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่า แถมอุดมไปด้วยโพแทสเซียม ซึ่งถือเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ รวมไปถึงระบบประสาท ทั้งยังช่วยให้ควบคุมความดันโลหิตด้วย


                "กล้วย" ยังสามารถช่วยทำให้เราอิ่มท้อง เนื่องจากกล้วยหอม 100 กรัม สามารถให้พลังงานมากถึง 120 กิโลแคลอลี่ ต่อหน่วย ซึ่งจากผลวิจัยพบว่า การทานกล้วยเพียง 2 ใบ สามารถให้พลังงานเพียงพอสำหรับการออกำลังกาย หรือทำงานหนักนานถึง 90 นาที จึงเป็นเหตุผลให้นักกีฬาในหลายๆ ประเภท โดยเฉพาะกีฬาเทนนิส นิยมรับประทานกล้วยในขณะที่ทำการแข่งขัน รวมถึงคนที่ชอบเล่นฟิตเนสหรือลดน้ำหนักที่งดอาหารเย็น มักจะกินกล้วยให้อิ่มท้อง และงดอาหารกลางคืน โดยไม่ขาดสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแต่อย่างใด

 และเมื่อรับประทานกล้วยหนึ่งใบ ร่างกายเราจะได้รับสารอาหารดังต่อไปนี้

1. วิตามินบี 1 และบี 2 ซึ่งจะช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน ป้องกันอาการตัวบวม และฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า

2. เกลือแร่ อาทิเช่น โปรเตสเซียม ที่ช่วยในการขับโซเดียมออกทางปัสสาวะ แมกนีเซียม ซึ่งช่วยควบคุมความดันเลือด และการทำงานของแคลเซียม

3. เส้นใยอาหาร ซึ่งช่วยในการบรรเทาอาการท้องผูก

4. ช่วยทำดีท็อกซ์ แป้งในกล้วยดิบมีฤทธิ์ในการขับสารพิษออกจากร่างกาย ส่วนในกล้วยสุกจะช่วยเพิ่มความต้านทานของร่างกาย และป้องกันหวัดได้เป็นอย่างดี

5. สารโพลีฟินิล มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่

6. สารยูจินอล ช่วยเร่งการพัฒนาสภาพร่างกาย

7. เซโรโทนิน ช่วยลดความหงุดหงิด และทำให้ความอยากอาหารลดลง

8. มีเอ็นไซต์ช่วยในการย่อย ทำให้การย่อย การดูดซึมอาหารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กระเพาะและลำไส้จึงไม่ต้องทำงานหนักเท่าไหร่นัก

9. น้ำตาลในกล้วย เช่น กลูโคส ฟลุกโตส ซูโคส ช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงาน พร้อมกับช่วยลดความต้องการในการบริโภคน้ำตาลในแต่ละวันลดลง เพราะสามารถทดแทนความหวานได้

10. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเซลล์ NK ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการจัดการกับมะเร็ง

                 สำหรับสาวๆ คนไหนที่กำลังมองหาสูตรลดน้ำหนักจากกล้วย ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกหนุ่มสาวสามารถทำได้อย่างง่ายๆ ด้วยตัวเอง และไม่เกี่ยงสถานที่ว่าจะต้องเป็นที่ไหน เพียงแค่ทานกล้วยหอม 1-2 ใบ พร้อมกับน้ำเปล่าในอุณหภูมิห้องในตอนเช้าตอนตื่นนอน ส่วนมื้อกลางวันและเย็นสามารถทานอาหารได้ตามปกติ แต่อาจเพิ่มอาหารว่างในตอนบ่ายสาม

                 สายพันธุ์ของ "กล้วย" ที่ควรรับประทานเพื่อลดน้ำหนัก ควรเป็น "กล้วยหอม" เพราะมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบอยู่น้อย เมื่อเทียบกับกล้วยในสายพันธุ์อื่นๆ แต่เราสามารถใช้กล้วยประเภทอื่นๆ มาทดแทนได้ ทั้งกล้วยน้ำว้า กล้วยไข่

เป็นไงครับ อย่างที่ผมบอกใช่ม๊าาา เรื่อง กล้วยๆที่ไม่กล้วยเลยหวังว่าทุกคนจะได้รับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องกล้วยๆนี้นะครับผม ขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามนะครับผม แล้วพบกันใหม่กับ  B-Healthy