วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2557

เรื่อง กล้วยๆ ที่ไม่กล้วยเลย


วันนี้มาพบเรื่อง กล้วยๆที่ประโยชน์มันไม่กล้วยเลย กล้วยก็เป็นผลไม้อีกชนิดนึงที่เราหลายๆคนคุ้นเคยกันดีไม่ว่าจะอยู่ในอาหาร ของหวานหรือกินตอนสุกงอม มีสรรพคุณทางยา มากมายตั้งแต่ต้นจนผลเรียกได้ว่ามันอยู่กับเรามาเนิ่นนาน ลองรับชมประโยชน์เพิ่มเติ่มของกล้วยดูนะครับผม

ขึ้นชื่อว่า "กล้วย" ไม่ว่าจะสายพันธ์ไหน ต่างก็มีสารอาหารและวิตามินจำนวนมาก โดยเมื่อเทียบกับแอปเปิ้ลแล้วกล้วยมีโปรตีนมากกว่าถึง 4 เท่า มีคาร์โบไฮเดรตมากกว่า 2 เท่า มีฟอสฟอรัสมากกว่า 3 เท่า มีวิตามินเอและแร่ธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่า แถมอุดมไปด้วยโพแทสเซียม ซึ่งถือเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ รวมไปถึงระบบประสาท ทั้งยังช่วยให้ควบคุมความดันโลหิตด้วย


                "กล้วย" ยังสามารถช่วยทำให้เราอิ่มท้อง เนื่องจากกล้วยหอม 100 กรัม สามารถให้พลังงานมากถึง 120 กิโลแคลอลี่ ต่อหน่วย ซึ่งจากผลวิจัยพบว่า การทานกล้วยเพียง 2 ใบ สามารถให้พลังงานเพียงพอสำหรับการออกำลังกาย หรือทำงานหนักนานถึง 90 นาที จึงเป็นเหตุผลให้นักกีฬาในหลายๆ ประเภท โดยเฉพาะกีฬาเทนนิส นิยมรับประทานกล้วยในขณะที่ทำการแข่งขัน รวมถึงคนที่ชอบเล่นฟิตเนสหรือลดน้ำหนักที่งดอาหารเย็น มักจะกินกล้วยให้อิ่มท้อง และงดอาหารกลางคืน โดยไม่ขาดสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแต่อย่างใด

 และเมื่อรับประทานกล้วยหนึ่งใบ ร่างกายเราจะได้รับสารอาหารดังต่อไปนี้

1. วิตามินบี 1 และบี 2 ซึ่งจะช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน ป้องกันอาการตัวบวม และฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า

2. เกลือแร่ อาทิเช่น โปรเตสเซียม ที่ช่วยในการขับโซเดียมออกทางปัสสาวะ แมกนีเซียม ซึ่งช่วยควบคุมความดันเลือด และการทำงานของแคลเซียม

3. เส้นใยอาหาร ซึ่งช่วยในการบรรเทาอาการท้องผูก

4. ช่วยทำดีท็อกซ์ แป้งในกล้วยดิบมีฤทธิ์ในการขับสารพิษออกจากร่างกาย ส่วนในกล้วยสุกจะช่วยเพิ่มความต้านทานของร่างกาย และป้องกันหวัดได้เป็นอย่างดี

5. สารโพลีฟินิล มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่

6. สารยูจินอล ช่วยเร่งการพัฒนาสภาพร่างกาย

7. เซโรโทนิน ช่วยลดความหงุดหงิด และทำให้ความอยากอาหารลดลง

8. มีเอ็นไซต์ช่วยในการย่อย ทำให้การย่อย การดูดซึมอาหารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กระเพาะและลำไส้จึงไม่ต้องทำงานหนักเท่าไหร่นัก

9. น้ำตาลในกล้วย เช่น กลูโคส ฟลุกโตส ซูโคส ช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงาน พร้อมกับช่วยลดความต้องการในการบริโภคน้ำตาลในแต่ละวันลดลง เพราะสามารถทดแทนความหวานได้

10. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเซลล์ NK ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการจัดการกับมะเร็ง

                 สำหรับสาวๆ คนไหนที่กำลังมองหาสูตรลดน้ำหนักจากกล้วย ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกหนุ่มสาวสามารถทำได้อย่างง่ายๆ ด้วยตัวเอง และไม่เกี่ยงสถานที่ว่าจะต้องเป็นที่ไหน เพียงแค่ทานกล้วยหอม 1-2 ใบ พร้อมกับน้ำเปล่าในอุณหภูมิห้องในตอนเช้าตอนตื่นนอน ส่วนมื้อกลางวันและเย็นสามารถทานอาหารได้ตามปกติ แต่อาจเพิ่มอาหารว่างในตอนบ่ายสาม

                 สายพันธุ์ของ "กล้วย" ที่ควรรับประทานเพื่อลดน้ำหนัก ควรเป็น "กล้วยหอม" เพราะมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบอยู่น้อย เมื่อเทียบกับกล้วยในสายพันธุ์อื่นๆ แต่เราสามารถใช้กล้วยประเภทอื่นๆ มาทดแทนได้ ทั้งกล้วยน้ำว้า กล้วยไข่

เป็นไงครับ อย่างที่ผมบอกใช่ม๊าาา เรื่อง กล้วยๆที่ไม่กล้วยเลยหวังว่าทุกคนจะได้รับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องกล้วยๆนี้นะครับผม ขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามนะครับผม แล้วพบกันใหม่กับ  B-Healthy

วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

"เบียร์ชาเขียวมัทฉะ" กับวิธีทำง่ายของเทรนด์ดื่มเบียร์เพื่อสุขภาพจากญี่ปุ่น

วันนี้ก็มีเรื่องราวดีๆมาบอกกับทุกคนที่ชื่นชอบการดื่มเบียร์ ประโยชน์ของการดื่มในปริมาณที่พอเหมาะกับการใช้ส่วนผสมที่ลงตัว ลองรับชมข้อมูลดูครับ คุณรู้หรือไม่? การดื่มเบียร์ไม่เพียงแต่สร้างบรรยากาศในการปาร์ตี้สังสรรค์ หรือก่อโทษทำให้คนอ้วนลงพุงเพียงอย่างเดียว แต่หากดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ "เบียร์" จะสร้างประโยชน์แก่ร่างกายไม่น้อย ซึ่งจะช่วยลดการก่อตัวของกรดอะมิโน โฮโมซิสเตอีน ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคหัวใจ เนื่องจากในเบียร์มีวิตามินบี 6 อยู่จำนวนมาก

จึงเกิดเป็นไอเดียมิกซ์แอนแมทช์เพื่อสุขภาพของชาวญี่ปุ่น ที่คิดค้น "เบียร์ชาเขียวมัทฉะ" เบียร์รสชาติแปลกใหม่ที่ชาวญี่ปุ่นคิดค้นขึ้นมาเอง ซึ่งมีวิธีการทำง่ายๆ สามารถนำไปทำเองที่บ้านได้ เป็นทางเลือกใหม่ของคนที่หลงใหลการดื่มเบียร์ชิลๆ โดยที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะ "ชาเขียว" มีประโยชน์ในตัวอยู่แล้ว ทั้งลดความอ้วน ช่วยลดไขมันในเลือด ช่วยโรคเส้นเลือดอุดตัน ต่อต้านอนุมูลอิสระ และต่อต้านมะเร็ง เป็นพื้นฐานของชาวญี่ปุ่นอยู่แล้วที่นิยมทานอาหารที่ส่งผลบวกต่อสุขภาพ รวมถึงการดื่มเบียร์ด้วย

ทั้งนี้ วิธีการทำต้องใช้เบียร์ชนิดอ่อนมาผสมกับผงมัทฉะ และผงชาเขียวจะช่วยลดความความเข้มข้นของเบียร์ให้จาง ชะลออาการเมาให้ช้าลงอีกด้วย

โดยใช้เบียร์รสอ่อนมาผสมกับผงมัทฉะ แถมข้อดีของเบียร์มัทฉะก็คือผงชาเขียวจะไปลดความขมและความเข้มข้นของเบียร์ ทำให้เมาช้าอีกด้วย สำหรับวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการทำมีดังนี้ 1.ชาเขียวมัทฉะแบบผงประมาณ 6 กรัม (เทียบปริมาณต่อ 1 ถ้วย) 2.น้ำร้อน 3.ที่กรองชา 4.แปรงตีชา 5.ถ้วยชา 6.เบียร์ (ควรใช้เบียร์รสอ่อน)

1. ขั้นตอนแรก กรองผงชาเขียวด้วยที่กรองชา เพื่อให้ได้ผงชาที่ละเอียดที่สุด 



2. ตักผงชาใส่ถ้วยชา พร้อมละลายกับน้ำร้อน คนให้ละลายด้วยแปรงชงชาเขียว ให้ส่วนผสมกลายเป็นเนื้อเดียวกัน









3. ตักชาเขียวลงในแก้วที่เตรียมไว้ จากนั้นเทเบียร์ชนิดอ่อนลงไป 





4. รอส่วนผสมระหว่างเบียร์และชาเขียวเข้ากันทั้งหมด เป็นอันเสร็จ



Credit rocketnews24.com

เป็นไงบ้างครับกับการชงชาที่สุดแสนจะง่ายกับเบียร์ที่หลายๆคนชื่นชอบ กินแล้วให้ความแข็งแรงถูกใจคนชอบดื่ม แต่ก็ไม่ควรกินมากจนเกินไปนะครับ ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะสมนะครับอย่างไรก็ตามขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะครับผมกับ
 B-Healthy แล้วพบกันใหม่ครับ

วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ประโยชน์จาก "วิตามินบี 3" ลดความอยากสุรา

  วันนี้กับประโยชน์ดีๆจากวิตามิน ซึ่งวันนี้จะขอเสนอวิตามินที่คุณรู้แล้วสามารถนำไปบอกเพื่อนๆหรือคนที่คุณรักช่วยเค้าเลิกเหล้าได้เพราะวิตามินตัวนี้ ถ้าจะพูดถึงประโยชน์จากวิตามินบี 3 แล้วหล่ะก็จะพบว่าวิตามินบี 3 มีสรรพคุณมากมาย อาทิเช่น ช่วยบรรเทาคอเลสเตอรอลสูง ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ บรรเทาสิวชนิดผื่นแดงอักเสบ ลดความอยากดื่มสุรา รู้ถึงประโยชน์อย่างนี้แล้ว เราไปดูกันดีกว่าว่ามีอาหารอะไรบ้างที่ได้วิตามินบี 3  ไปดูกันเลย


1. เนื้อสัตว์

2. ไข่ไก่

3. จมูกข้าว

4. ขนมปังโฮลมีล
ที่มา : Smart SME

เป็นไงบ้างกับข้อมูลวิตามินบี3 ที่สามารถช่วยให้คุณที่ติดสุราให้มีลดความอยากสุราได้ 
 อย่างไรก็ตามขอบคุณทุกทานที่ติดตามครับผมกับ B-Healthy แล้วพบกันใหม่ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

"แคบหมู" กับประโยช์ที่คุณไม่รู้


[product13.jpg]

วันนี้ผมได้ไปอ่านเกี่ยวกับเรื่องแคปหมูมา ผมว่ามันน่าสนใจมากมีหลายๆท่านยังไม่ทราบประโยชน์ของมันรวมถึงผมด้วย ซึ่งพอทราบแล้วก็ถึงบางอ่อ อืมมม ประโยชน์ดีๆ จากแคปหมู มีประโยชน์มากกว่าอาหารทอดหลายๆตัวอีก ลองรับข้อมูลกันดูครับผม

 หากทุกคนทานแคบหมูไม่บ่อยเกินไป เน้นนะครับ ไม่บ่อยเกินไม่ใช่กินทุกวันนะฮัฟ เนื่องด้วยแคปหมูก็ไม่ได้เป็นอาหารที่เลวร้ายอะไรเพราะแคปหมูมีคาร์โบไฮเดรตและไขมันค่อนข้างต่ำ แถมโปรตีนสูงซึ่งปริมาณโปรตีนในแคบหมูนั้น มากกว่ามันฝรั่งทอดกรอบถึง 9 เท่า และมีปริมาณไขมันน้อยกว่ามันฝรั่งทอดกรอบด้วย ยิ่งไปกว่านั้นคือ 43% ชองไขมันในแคบหมูนั้นเป็นไขมันไม่อิ่มตัว และเป็นกรดโอเลอีกซึ่งเป็นกรดชนิดเดียวกันกับน้ำมันมะกอก และอีก 13% เป็นกรดสเตียริก ซึ่งเป็นไขมันอิ่มตัวชนิดหนึ่งที่ปลอดภัย และไม่เพิ่มระดับคอเลสเตอรอล

credit: smartsme

จะเห็นว่าข้อมูลข้างต้นที่กล่าวมา ก็เป็นความรู้ส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสามารถเลือกกินอาหารได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเป็นกังวล แต่ถึงกระนั้นเราก็ควรกินอาหารให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่กินอะไรมากจนเกินไปและน้อยจนเกินไปเพื่อให้เกิดความสมดุลของร่างกาย อย่างไรก็ตามขอบคุณทุกทานที่ติดตามครับผมกับ B-Healthy แล้วพบกันใหม่ครับ

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ถ้าปวดหัวอะ แก้ง่ายๆ แค่กิน !!

  • อ่าปวดหัวอ่าทำไงดีๆ กินยาไง!
    อ่า ยาอีกแล้วหรอ ไม่อยากกิน อ่า มีอย่างอื่นไหมอ่า?
    อยากได้อย่างอื่นหรอ นี่เลย อีกหลาย
    ทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบกินยาแก้ปวดหัว
    มีตัวช่วยอีกหลายตัวที่สามารถ
    ช่วยคุณได้ เพียงแค่คุณกิน ลองรับชมด้านล่างนี้นะครับผม

  • เรามาดูกันว่า อาหารอะไรบ้างที่ทำให้อิ่มท้อง แถมยังเป็นยาช่วยรักษาร่างกายได้ด้วย ไปดูกันเลย !!
  •  
  • ปลาทะเล 

              เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน ปลากะพง เนื่องจากปลาทะเลมีโปรตีนสูงซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกายให้คงที่ เมื่อระดับน้ำตาลคงที่อาการปวดหัวก็จะลดลง รวมทั้งมีกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายเป็นตัวช่วยลดการอักเสบลดอาการปวด
  • กล้วย

              กล้วยเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารที่ดีต่อร่างกายหลายชนิด ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี และที่สำคัญมีแร่ธาตุโพแทสเซียม ที่ช่วยปรับสมดุลแร่ธาตุในร่างกาย จากการศึกษาพบว่ากล้วยช่วยลดความเครียดและทำให้เกิดความสุข
  • ขิง 

              ขิงสามารถนำมาปรุงอาหารได้ทั้งคาวและหวาน หรือแม้กระทั่งเป็นเครื่องดื่ม ขิงจะช่วยให้ผ่อนคลาย เลือดลมไหลเวียนได้ดี
  • ข้าวโพด

              เนื่องจากข้าวโพด มีวิตามินบี 3 หรือไนอะซินสูง มีส่วนช่วยให้การไหลเวียนเลือดไปสู่สมองได้ดีขึ้น และลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ทำให้คลายความเมื่อยล้าได้

  • Credit: smartsme

    เป็นไงบ้างครับกับข้อมูลพวกนี้ เพียงแค่คุณกินมัน มันก็สามารถช่วยให้อาการปวดหัวของคุณดีขึ้นมากนะครับ แบบนี้นี่เองที่เข้าเรียกว่า อาหารคือยา ผมก็หวังว่าทุกคนที่มาอ่านจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับผมแล้วกันใหม่กับ 
    B-Healthy 

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557

อาหารเช้าเมื่อนี้ที่ไม่ควรพลาด!! เพราะอะไรมาดูกัน

       เพื่อนๆหลายๆคนลืมทานอาหารเช้ากันบางหรือปล่าว ถ้าลืมเรามาทำความเข้าใจกันดีกว่าว่าทำไมเราจึงไม่ควรพลาดอาหารมื้อสำคัญอย่างมื้อเช้านี้  เรามักได้ยินข้อคิดเตือนใจต่าง ๆ ที่กระตุ้นให้เห็นความสำคัญของการกินอาหารเช้า เช่น "อาหารเช้าเปรียบเสมือนขุมพลังประจำวันที่ไม่ควรมองข้าม" หรือ "จงกินอาหารเช้าให้เต็มอิ่มและเต็มที่ ประหนึ่งว่าคุณเป็นพระราชา" ซึ่งสำหรับผู้ที่รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำคงเข้าใจถึงคุณประโยชน์เป็นอย่างดี แต่สำหรับคนที่ไม่ได้กินอาหารเช้า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คุณได้พลาดช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายจะได้ชาร์จแบตอย่างเต็มที่ เพื่อรับความกระปรี้กระเปร่าตลอดทั้งวันไปเสียแล้วล่ะ

          สาเหตุหลักของการละเลยอาหารเช้า มักมาจากการที่เราเลือกที่จะไม่กินมาโดยตลอดจนติดเป็นนิสัย และบางทีการรับประทานอาหารเย็นมื้อใหญ่ หรือกินของจุบจิบตลอดเวลาจนกระทั่งเข้านอน ก็อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณรู้สึกไม่อยากกินอาหารเช้าก็เป็นได้

          แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการงดรับประทานอาหารเช้าโดยจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ผลที่ตามมาคือ ร่างกายจะขาดความสามารถในการควบคุมน้ำหนัก นั่นหมายความว่า คนที่ไม่กินอาหารเช้าเป็นประจำมีแนวโน้มที่จะกินอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง และมักจะมีพฤติกรรมเลือกที่จะบริโภคอาหารที่มีไขมัน แคลอรี่ และน้ำตาลสูงกว่าคนที่รับประทานอาหารเช้า แถมยังเลือกที่จะกินผักและผลไม้น้อยลงกว่าปกติ ซึ่งพฤติกรรมทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอ้วน และโรคอื่น ๆ ที่ติดตามมากับความอ้วน

เพื่อนๆคงได้รับความรู้ในเรื่องทำไมเราไม่ควรละเลยอาหารเช้าแล้วนะครับเพราะงั้นก็อย่าลืมกินอาหารเช้ากันนะครับผม แล้วพบกันกับ

B-Healthy 

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Repair Youth form Herbs สมุนไพรสุดแจ่มที่ช่วยเพิ่มฟื้นฟูตวามสาวแก่หญิงสาว

สมุนไพรสุดแจ่มที่ช่วยเพิ่มฟื้นฟูตวามสาวแก่หญิงสาว ได้ยินแล้วคุณอาจจะไม่เชื่อแต่ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความนี้ลองรับชมกันครับผม หญ้ารีแพร์ เปิดสรรพคุณ หญ้าฮี๋ยุ่ม สมุนไพรไทยคืนความสาว เจาะข่าวเด่น เจาะลึก หญ้าฮี๋ยุ่ม พร้อมกับเรื่องของ ต้นแม่ฮ้างสามสิบสองผัว

            หญ้าฮี๋ยุ่ม หรือ หญ้ารีแพร์ กลายเป็นพืชที่ได้รับความสนใจขึ้นมาอย่างมาก หลังได้มีการนำเสนอในฐานะหญ้าตัวเด่นในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในวันที่ 3-7 กันยายน 2557 หญ้าฮี๋ยุ่ม สรรพคุณเป็นอย่างไร วิธีการใช้ต้องทำอย่างไร มาไขความสงสัยไปกับการพูดคุยกับนายแพทย์ธวัชชัย กมลธรรม อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และเภสัชกรหญิงสุภาพร ปิติพร หัวหน้าเภสัชกร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในรายการเจาะข่าวเด่น ที่ออกอากาศไปเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา

            หญ้าฮี๋ยุ่ม ตั้งท่าเป็นพืชนางเอกในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 11 ไปเสียแล้ว ซึ่งเป็นงานประจำปีของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อเผยแพร่ความรู้การใช้แพทย์แผนไทยในการดูแลตัวเองแก่ประชาชน โดย นายแพทย์ธวัชชัย กล่าวว่า ในปีนี้สนับสนุนเรื่องการดูแลตัวเองของผู้หญิงเป็นพิเศษ จึงเน้นไปที่พืชสมุนไพรสำหรับผู้หญิง โดยมีหญ้าฮี๋ยุ่มเป็นตัวชูโรง ด้วยสรรพคุณเป็นพืชสมุนไพรที่ภูมิปัญญาไทยเลือกใช้ในการดูแลหญิงหลังคลอด ด้วยการนำไปอาบ อบ และกิน ช่วยทำให้ผิวพรรณกลับมาเปล่งปลั่ง มดลูกเข้าอู่ และบาดแผลหายเร็วขึ้น 

            ในทางวิทยาศาสตร์พบว่าหญ้าฮี๋ยุ่ม ซึ่งเป็นพืชตระกูลเดียวกับไผ่ มีสาร "ซิลิกา" (silica) อยู่โดยธรรมชาติ ซึ่งสารตัวนี้เป็นสารต้นกำเนิดของคอลลาเจนและน้ำไขข้อในร่างกาย หากขาดสารนี้จะทำให้มีลักษณะแก่ก่อนวัย ผิวพรรณไม่เปล่งปลั่งเต่งตึง หญิงหลังคลอดที่ต้องการฟื้นตัวได้ไว ภูมิปัญญาชาวบ้านก็ได้นำหญ้าตัวนี้เข้ามาช่วย 

            ส่วนเรื่องชื่อที่เรียกว่า หญ้ารีแพร์ repair นั้น เภสัชกรหญิงสุภาพร ก็เผยถึงที่มาของชื่อว่า ชื่อเดิมของหญ้าฮี๋ยุ่มนั้น ชาวบ้านเรียกกันมานานแล้วตามสรรพคุณของมัน แต่เรียกออกสื่ออาจจะลำบากหน่อย จึงได้ตั้งชื่อเรียกขึ้นใหม่ว่า หญ้ารีแพร์ นั่นเอง 

            ซึ่งหญ้ารีแพร์หรือหญ้าฮี๋ยุ่มนี้ ยังเป็นพืชที่เป็นเคล็ดลับของคนโบราณ ที่แม้จะมีลูกดกเป็นสิบคนแต่ก็ยังมีความสุขในชีวิตคู่ได้ ก็เพราะใช้หญ้าฮี๋ยุ่มเลยช่วยให้แม้ลูกมากแล้วช่องคลอดก็ยังคงกระชับ นอกจากนี้ในช่วง 30 กว่าปีที่แล้วก็มีการค้นพบสารพิเศษในไผ่ มีการสกัดออกมาเป็น "แบมบู ซิลิกา" (bamboo silica) มีคุณสมบัติเพิ่มการสร้างคอนเนคทีฟ ทิชชู (connective tissue) เพิ่มความยืดหยุ่น เพิ่มน้ำเมือก ทำให้มีการหล่อลื่นได้ดีขึ้น เหมือนอย่างที่ชาวบ้านบอกว่าใช้หญ้าตัวนี้แล้วเปิดปุ๊บติดปั๊บ ไม่ต้องรอนานที่จะมีอะไรกัน 

            ส่วนงานวิจัยรับรองของหญ้าฮี๋ยุ่มในไทยตอนนี้ยังไม่มีอย่างเป็นทางการ แต่ทางกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ก็จะดำเนินการวิจัยให้เป็นแบบแผนต่อไปเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ซึ่งทางนายแพทย์ธวัชชัย เผยว่า เชื่อได้ว่ามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพพอสมควร เนื่องจากมีการใช้กันมาหลายร้อยปี ไม่มีอันตราย เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวบ้าน หมอชาวบ้าน ผู้ใช้แล้วก็ยืนยันว่าได้ผลดี ทางกรมฯ เองก็สนับสนุนให้ใช้ เปรียบเหมือนอาหารหรือผักพื้นบ้านที่ช่วยบำรุงกำลังและรักษาอาการหลังคลอดได้ด้วย ส่วนทางต่างประเทศนั้น ก็มีงานวิจัยออกมาเกี่ยวกับสาร แบมบู ซิลิกา ว่าช่วยเรื่องให้เส้นเอ็น กระดูก และปอดแข็งแรง รวมถึงอวัยวะใดก็ตามที่ต้องการความยืดหยุ่นมีความแข็งแรงดี และช่วยเรื่องความเปล่งปลั่งของผิวพรรณด้วย 

สำหรับวิธีการใช้ประโยชน์จากหญ้าฮี๋ยุ่มหรือหญ้ารีแพร์นั้น สามารถใช้ได้ทั้งการกินและใช้ภายนอก การกินก็สามารถนำยอดหญ้าฮี๋ยุ่มมาลวกจิ้มน้ำพริก นำใบขยี้กับน้ำร้อน หรือต้มแล้วคั้นแต่น้ำดื่ม มีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยสมานแผล ทำให้ผิวเก็บกักน้ำได้ดีขึ้น ผิวพรรณจึงชุ่มชื้น เปล่งปลั่งเต่งตึง ส่วนการใช้ภายนอก คนโบราณการนำมาตำหรือขยี้แล้วโปะแผล ต้มน้ำอาบ หรือเอาน้ำซะ (น้ำจากการชะล้างหลาย ๆ รอบ) อาบ ช่วยให้แผลหายไว และที่สำคัญคือใช้ในการอยู่ไฟสำหรับหญิงหลังคลอด โดยให้นำหญ้าฮี๋ยุ่มตากแห้งมาก่อไฟ ใช้ไม้ผุเป็นเชื้อไฟพอให้ไฟคุนิด ๆ (ใช้ไม้ผุไฟจะได้ไม่ให้ความร้อนมากเกินไป) แล้วนั่งเอาไอรม รมครั้งละ 10-15 นาที ทำเช้า-เย็นเป็นเวลา 7-10 วัน ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ ลดบวม ช่วยลดน้ำหนัก ซึ่งทางวิทยาศาสตร์ความร้อนช่วยลดบวมได้ หญิงหลังคลอดที่มีปัญหาเรื่องหย่อนยานและบวมจึงทำได้ผลดี ซิลิกาที่มีก็ช่วยเรื่องการสมานแผล เสริมสร้างเนื้อเยื่อ ทำให้แผลหายไวไม่ติดเชื้อ ส่วนผู้หญิงทั่วไปที่ต้องการทำเพื่อสรรพคุณกระชับช่องคลอด ให้ทำในลักษณะอบไอน้ำ คือนำหญ้าไปต้มแล้วนั่งเอาไอน้ำรมแทน

            สำหรับในผู้ชายก็สามารถใช้ประโยชน์จากหญ้าฮี๋ยุ่มได้เช่นกัน ทั้งเรื่องช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ใช้ในการรักษาบาดแผล และสามารถทำในลักษณะอบไอน้ำเพื่อบรรเทาอาการริดสีดวงด้วย 

            ในต่างประเทศมีการนำสารสกัดแบมบู ซิลิกา ไปผสมเครื่องสำอางเพื่อช่วยให้ผิวพรรณยืดหยุ่นเปล่งปลั่ง นับว่าเป็นสารที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในวงกว้างอยู่แล้ว ส่วนทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเองก็ได้นำสารตัวนี้ไปเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในไลน์ "บัวไผ่ข้าว" ด้วยเช่นกัน ส่วนโครงการต่อไปเกี่ยวกับหญ้าฮี๋ยุ่ม ก็จะมีสปาหญ้าฮี๋ยุ่ม ที่จะช่วยเสริมคอลลาเจนทำให้ผิวพรรณสดใสและดูแลผู้หญิงหลังคลอด 

ทั้งนี้นอกจากหญ้าฮี๋ยุ่มแล้ว ในงานก็ยังมีพืชสมุนไพรสำหรับคุณผู้หญิงที่น่าสนใจตัวอื่น ๆ อีก เช่น ต้นแม่ฮ้างสามสิบสองผัว ซึ่งนำไปทำเป็นยาบำรุงสำหรับผู้หญิงตำรับเฉพาะของชาวเลย โดยมีตำนานเล่าขานเรื่องที่มาของชื่อว่า หญิงรายหนึ่งบำรุงตัวด้วยพืชชนิดนี้จนแข็งแรงเรื่องอย่างว่ามากจนสามีสู้ไม่ไหว แต่งกับใครเป็นต้องเลิกไปถึง 32 คน ที่สุดก็เลยต้องไปบวชชี, ต้นจีผาแตก โดยจีเป็นภาษาเหนือแปลว่าเจาะ ความหมายโดยรวมของชื่อออกจะทะลึ่งนิดหน่อย และที่จริงแล้วเป็นพืชที่บำรุงได้ทั้งหญิงและชาย แต่ว่ากันว่าผู้ชายไม่ค่อยยอมให้ผู้หญิงกิน เพราะกลัวว่าผู้หญิงจะอยู่ข้างบนนั่นเอง

ขอขอบคุณ http://www.smartsme.tv/ และทุกท่านที่เข้ามารับชม B-Healthy นะครับผมแล้วพบกันใหม่นะครับผม